Connect with us

บทความ

ทำไมถึงไม่ควรใช้ “Discord” คุยเรื่องงานระดับองค์กร ?

Published

on

Discord คุยงาน

เหล่าเกมเมอร์ คงคุ้นเคยกับ “Discord” แพลตฟอร์มยอดฮิตในการติดต่อพูดคุยกันระหว่างเกมเมอร์ ทีเรียกได้ว่าครบตามไลฟ์สไตล์เกมเมอร์ด้วยสารพัดฟังก์ชั่น ไม่ว่าจะเป็นการแชทผ่านข้อความ พูดคุยด้วยเสียง อัพโหลดไฟล์ ฯลฯ แถมยังใช้ร่วมกับ Youtube และ Twitch ได้ด้วย

ด้วยจุดเด่นต่าง ๆ แถมเปิดให้ใช้งานได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย (ยกเว้นต้องการฟีเจอร์พิเศษ) ทำให้ Discord ได้รับความนิยมแซงหน้า Teamspeak หรือ Mumble ที่เคยเป็นตัวท็อปมาก่อนหน้านี้

การใช้ง่ายที่เฟรนลี่กับทุกคน ทำให้ “Discord” ถูกมองเป็นอีกตัวเลือกที่ใช้ในการนำมาใช้ทางธุรกิจ เช่น ใช้ประชุมออนไลน์ช่วง WFH ใช้แชทติดต่อกับทีมงาน ฯลฯ แทนแอปพลิเคชันอื่น ๆ

แน่นอนว่าด้วยคุณสมบัติสามารถทำได้ แต่สิ่งที่จะลืมคิดไปไม่ได้คือ Discord มีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลสำคัญ ๆ เกี่ยวกับงานของเราหรือไม่ ?

Advertisement

เว็บไซต์ Clario ได้รวบรวมข้อกังวลต่าง ๆ ของ Discord ที่งานมีผลกระทบต่อการใช้คุยงาน หรือนำมาใช้ในด้านธุรกิจ โดยระบุ Discord ยังมีข้อที่น่ากังวลอยู่หลายจุด ดังนี้

  • การจัดการระบบที่ยังไม่ค่อยเสถียร
    เรื่องหนึ่งที่น่ากังวลเมื่อต้องใช้ Discord อย่างจริงจังคือยังพบว่ามีการหยุดทำงานบ่อยครั้ง หรือหยุดทำงานเป็นเวลานานหลายชั่วโมง
  • การเก็บข้อมูล
    Discord API จัดเก็บข้อมูลด้วยวิธีสร้างพื้นที่รวบรวมข้อมูลจากอุปกรณ์ที่เราใช้ ซึ่งวิธีนี้จะเพิ่มโอกาสในการถูกคุกคามความปลอดภัยที่ร้ายแรงของแฮกเกอร์ที่มองหาข้อมูลทางธุรกิจที่ละเอียดอ่อนของผู้ใช้งานได้
  • ความเสี่ยงจากมัลแวร์
    เนื่องจากไม่มีการตรวจสอบอย่างเข้มงวดเกี่ยวกับประเภทของลิงก์และไฟล์ที่แชร์ผ่าน Discord จึงอาจเป็นช่องทางให้มัลแวร์และไวรัสโทรจันแพร่กระจายอย่างรวดเร็วบนอุปกรณ์ของผู้ใช้ได้ ที่สำคัญไวรัสดังกล่าวอาจให้สิทธิ์การดูแลระบบของอุปกรณ์ของคุณแก่ผู้มีโอกาสเป็นแฮ็กเกอร์ ในกรณีนี้ราวกับว่าถูกปล้นข้อมูลไปจากมือเราเลยก็ว่าได้
  • การจัดส่งภาพและไฟล์ในแอปฯ
    แม้การส่งไฟล์ในแอปฯ จะสามารถส่งได้สูงสุด 8 MB แบบไม่เสียค่าบริการ แต่รูปที่ถูกส่งใน Discord สามารถสร้างเป็นลิงค์ที่สามารถเข้าได้จากที่อื่นโดยไม่ต้องอาศัยการอนุญาตให้เข้าถึงแบบ Google Drive นั่นทำให้ ภาพหรือไฟล์ที่ถูกส่งออกไปมีโอกาสรั่วไหลมากกว่า ซึ่งหากครูหรือพนักงานส่งเอกสารที่มีข้อมูลส่วนตัว เช่น เลขบะตรประชาชน ชื่อ ที่อยู่ ของนักเรียน หรือ โปรเจกต์สำคัญขององค์กร มันมีโอกาสที่จะรั่วไหลออกไปได้ง่ายและไม่รู้ตัวมากกว่า
  • การติดตาม IP
    Discord ติดตามที่อยู่ IP และกิจกรรมตั้งแต่เริ่มต้นจนออกจากระบบ

นอกจากนี้ยังอาจรวบรวมข้อมูลจากบัญชีโซเชียลที่เชื่อมต่อของผู้ใช้ ซึ่งยังไม่มีการตรวจสอบว่าระบบนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้งานอย่างไร นั่นเป็นความเสี่ยงที่ควบคุมไม่ได้

แน่นอนว่าไม่ใช่แค่ Discord ที่มีปัญหาเหล่านี้ แต่ช่องโหว่ด้านความปลอดภัยเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้อาจไม่ใช่เรื่องใหญ่ตอนเราใช้เป็นแอปฯ ตอนเล่นเกม แต่เมื่อจะเลือกใช้ Discord สำหรับธุรกิจ ไม่ควรเพิกเฉยต่อเรื่องเหล่านี้ และอาจหาเครื่องมืออื่น ๆ ที่สะดวกสบายใกล้เคียงกัน แต่มีระดับความปลอดภัยมากขึ้นอีก เพื่อช่วยปกป้องข้อมูลทางธุรกิจหรือความเป็นส่วนตัวที่ไม่ควรให้ใครรู้

เรื่องโดย : ปณิดดา เกษมจันทโชติ

ที่มา:

Advertisement