Connect with us

ธุรกิจ

เคทีซี เตือนมนุษย์เงินเดือนระวัง หนี้ทางใจ สะสมเรื้อรัง หวั่นกระทบการตัดสินใจและสุขภาพทางการเงินระยะยาว

Published

on

เคทีซี แนะนำ มนุษย์เงินเดือน สำรวจ หนี้ทางใจ ภาระความเครียดสะสมที่ไม่มีในใบแจ้งยอด หวั่นกระทบพฤติกรรมการใช้เงินและ สุขภาพทางการเงิน ระยะยาว

สำนักข่าวบริคอินโฟ – บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เคทีซี (KTC) ออกโรงเตือนกลุ่มมนุษย์เงินเดือนและคนทำงานให้หันมาสำรวจ “หนี้ทางใจ” หรือภาระความเครียดและความกดดันที่มองไม่เห็น ซึ่งมักไม่ปรากฏอยู่ในใบแจ้งยอดบัญชีในแต่ละเดือน โดยชี้ว่าหากปล่อยให้ภาระทางใจสะสมเป็นเวลานาน อาจส่งผลกระทบต่อสมาธิ พลังในการทำงาน คุณภาพการตัดสินใจ ตลอดจนพฤติกรรมการใช้เงินปลอบใจตัวเองจนนำไปสู่ปัญหาสุขภาพทางการเงินและคุณภาพชีวิตในระยะยาว พร้อมแนะแนวทางการบริหารจัดการด้วยหลักคิดเดียวกับการดูแลสุขภาพการเงินเพื่อสร้างความมั่นคงที่ยั่งยืน

จากข้อมูลของแอปพลิเคชัน Mental Health Check-In หรือ MHCI โดยกรมสุขภาพจิต ซึ่งเป็นระบบประเมินสุขภาพจิตเบื้องต้นสำหรับประชาชน เผยสถิติที่น่าสนใจสะท้อนว่าสุขภาพใจไม่ใช่เรื่องไกลตัว โดยจากการเก็บข้อมูลกลุ่มผู้เข้ารับการประเมินสะสมกว่า 6.15 ล้านคน ระหว่างเดือนมกราคม 2563 ถึงกุมภาพันธ์ 2568 พบว่ามีผู้มีความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้าประมาณ 9% มีความเครียดในระดับสูงเกือบ 8% และมีความเสี่ยงต่อการทำร้ายตนเองมากกว่า 5% ซึ่งตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าภาระที่มองไม่เห็นสามารถส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตได้ไม่ต่างจากภาระทางการเงิน

ทาง เคทีซี (KTC) จึงได้นำเสนอแนวทางการจัดการ “หนี้ทางใจ” โดยประยุกต์ใช้หลักการบริหารจัดการทางการเงิน 4 ข้อ เริ่มต้นจากการสำรวจยอดคงค้างทางใจของตัวเองด้วยการทำ “บัญชีรายรับ-รายจ่ายทางความรู้สึก” เพื่อทบทวนว่าสิ่งใดที่กำลังดึงพลังใจออกไป ไม่ว่าจะเป็นภาระงาน ความสัมพันธ์ หรือความกังวลเรื่องรายได้ ถัดมาคือการทยอยจัดการภาระทีละเรื่องเพื่อไม่ให้ดอกเบี้ยทางใจสะสมจนกลายเป็นแรงกดดันที่ใหญ่ขึ้น โดยอาจเริ่มแก้ไขจากเรื่องเล็ก ๆ ที่พอจะจัดการได้ก่อน เช่น การเคลียร์งานค้างหรือการปรับวิธีทำงาน

นอกจากนี้ ควรกระทำสิ่งที่เป็นการสร้าง “เงินสำรองทางใจ” ไว้ล่วงหน้าก่อนถึงวันที่ต้องใช้พลังงานมากกว่าปกติ ผ่านการพักผ่อนที่มีคุณภาพ การออกกำลังกาย หรือการทำกิจกรรมที่ช่วยให้สมองได้หยุดพัก เพื่อให้ร่างกายและจิตใจมีความพร้อมในการตัดสินใจอย่างรอบคอบ ไม่ปล่อยให้อารมณ์ชั่วขณะนำไปสู่การสร้างภาระหนี้สินก้อนใหม่ และข้อสุดท้ายคือการเปิดใจขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ เช่น นักจิตวิทยา จิตแพทย์ หรือหน่วยงานวางแผนทางการเงิน เมื่อรู้สึกว่าภาระหนี้สินหรือความเครียดนั้นเริ่มหนักเกินกว่าจะรับมือได้ไหว

Advertisement

ท้ายที่สุดนี้ การหมั่นตรวจสอบภาระที่มองไม่เห็น จัดการความกดดันอย่างเป็นระบบ และดูแลสุขภาพใจควบคู่ไปกับสุขภาพการเงิน ถือเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยให้เกิดการตัดสินใจทางการเงินที่มั่นคงในระยะยาว เพราะความมั่นคงในชีวิตอาจไม่ได้เริ่มต้นจากการไม่มีภาระเลย แต่เริ่มจากการรู้เท่าทันภาระที่มีอยู่ ทั้งในกระเป๋าเงินและในจิตใจของตนเอง

Continue Reading
Advertisement