ข่าว
รัฐบาลเร่งปรับโครงสร้างพลังงานไทย ลดฟอสซิลเพิ่มพลังงานหมุนเวียนรับยุคไฟฟ้าสะอาด
สำนักข่าวบริคอินโฟ – รัฐบาลเร่งเดินหน้าขับเคลื่อนการปรับโครงสร้างพลังงานของประเทศไทย โดยมุ่งลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลและเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานและเปิดรับโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ ท่ามกลางแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่หันมาแข่งขันกันในด้านการผลิตไฟฟ้าสะอาด ซึ่งกลายเป็นปัจจัยหลักในการดึงดูดการลงทุนและการส่งออกในปัจจุบัน
- ยอดติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปโตพุ่ง 300% รับอานิสงส์รัฐลดหย่อนภาษี แนะผู้บริโภคชูมาตรฐานความปลอดภัยเหนือราคาถูก
- กกพ. เปิดรับยื่นคำขอ โซลาร์ภาคประชาชน รอบใหม่ รวม 500 เมกะวัตต์ ดีเดย์ 1 ก.ค. นี้
- SYNNEX จับมือ LONGi นำร่องเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์ Back Contact รุกตลาดพลังงานสะอาดในไทย
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ข้อมูลจากรายงานทบทวนสถิติโลกด้านพลังงาน หรือ Statistical Review of World Energy ฉบับล่าสุดโดยสถาบันพลังงาน หรือ Energy Institute ระบุว่า ในปี พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา พลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ได้กลายเป็นแหล่งพลังงานใหม่ที่ถูกเพิ่มเข้าสู่ระบบไฟฟ้าของโลกมากที่สุดเป็นครั้งแรก โดยมีการเติบโตสูงถึงร้อยละ 18.3 ภายในปีเดียว ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าทั่วโลกกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคพลังงานคาร์บอนต่ำอย่างชัดเจน
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เนื่องจากกลุ่มอุตสาหกรรมยุคใหม่ อาทิ ดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ไฟฟ้า หรือ อีวี (EV) รวมถึงอุตสาหกรรมอาหารและภาคการส่งออก ต่างต้องการกระแสไฟฟ้าที่มีความมั่นคง ต้นทุนเหมาะสม และได้มาตรฐานการลดการปล่อยคาร์บอนที่เข้มงวดของโลก ทางนายกรัฐมนตรีจึงได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินมาตรการอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการส่งเสริมโครงการโซลาร์ภาคประชาชน การพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ หรือ สมาร์ทกริด (Smart Grid) ระบบกักเก็บพลังงาน และการเตรียมใช้เงินตามพระราชกำหนดกู้เงินด้านพลังงานเพื่อลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล
นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้วางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานยุคใหม่ ทั้งระบบสายส่งอัจฉริยะและเทคโนโลยีบริหารจัดการพลังงาน เพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตและลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลก
นางสาวรัชดา ย้ำว่า “รัฐบาลต้องการให้การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานเป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม ไม่ใช่เฉพาะภาครัฐหรือภาคธุรกิจขนาดใหญ่ ประชาชนสามารถเริ่มต้นจากการติดตั้งโซลาร์ภาคประชาชนเพื่อลดค่าไฟ ชุมชนสามารถพัฒนาระบบพลังงานของตนเอง ภาคธุรกิจสามารถลดต้นทุนและยกระดับมาตรฐานการผลิต ขณะที่ภาครัฐจะเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น เพื่อให้ประเทศไทยมีระบบพลังงานที่มั่นคง ทันสมัย และแข่งขันได้ในระยะยาว”
“โลกไม่ได้กำลังจะเปลี่ยนในอีกสิบปีข้างหน้า แต่กำลังเปลี่ยนอยู่ในเวลานี้ ประเทศที่เตรียมระบบไฟฟ้าสะอาดได้ก่อน จะเป็นประเทศที่ดึงดูดการลงทุน สร้างงาน และแข่งขันได้มากกว่า รัฐบาลจึงเร่งปรับโครงสร้างพลังงานของไทยตั้งแต่วันนี้ เพื่อเพิ่มความมั่นคงทางพลังงาน ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานโลก และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนให้กับคนไทยในระยะยาว” นางสาวรัชดา กล่าว
