การศึกษา
รองนายกรัฐมนตรี ส่งมอบ รถไฟไทยทำ ตู้โดยสารต้นแบบ ให้ รฟท. ลดนำเข้า-หนุนเศรษฐกิจระบบราง
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วย ศ.(พิเศษ) ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ นายกสภาสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หรือ สจล. ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีส่งมอบ รถไฟไทยทำ ซึ่งเป็นรถไฟโดยสารต้นแบบระบบ EV ระดับ Luxury Class ที่ต่อยอดจากงานวิจัยสู่การใช้งานจริง ให้แก่ นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. ณ สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) เพื่อมุ่งเป้าสร้างระบบเศรษฐกิจอุตสาหกรรมราง หรือ Rail Economy และลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เปิดเผยว่า รถไฟไทยทำไม่ได้อยู่แค่บนหิ้ง แต่ได้นำมาใช้งานจริงบนราง ซึ่งตอบโจทย์นโยบายของรัฐบาลในการผลักดันงานวิจัยไทยให้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยรถไฟขบวนนี้ออกแบบและผลิตในประเทศไทยด้วยฝีมือนักวิจัยและวิศวกรไทยทั้งหมด ผ่านการผนึกกำลังระหว่างสถาบันวิจัยและภาคเอกชนกว่า 30 บริษัท มีต้นทุนต่ำกว่าการนำเข้าถึงร้อยละ 30 แสดงให้เห็นว่าศักยภาพของไทยสามารถแข่งขันได้จริง ทั้งนี้ จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระบบรางของรัฐ ในอีก 20 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะมีความต้องการตู้รถไฟโดยสารอีกกว่า 2,000 ตู้ การสร้างระบบเศรษฐกิจอุตสาหกรรมรางของตนเองจึงสำคัญมากในการลดการพึ่งพิงการนำเข้า นำไปสู่อุตสาหกรรมการผลิต การสร้างงาน สร้างอาชีพ การถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูง และทำให้เงินหมุนเวียนกลับมาสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทย

ด้าน ศ.(พิเศษ) ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ กล่าวว่า ความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนถึงศักยภาพของคนไทยในการสร้างองค์ความรู้เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติ และถือเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระยะยาวในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมระบบราง ขณะที่ นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ระบุว่า รฟท. มีความยินดีที่ได้รับมอบรถไฟที่ใช้วัสดุในประเทศในสัดส่วนสูง ซึ่งช่วยประหยัดงบประมาณของชาติ โดยหลังจากนี้จะร่วมกันทดสอบความปลอดภัยอย่างรอบด้าน ก่อนนำไปเปิดให้บริการจริงในเส้นทางท่องเที่ยวระยะ 200–500 กิโลเมตร

สำหรับรถไฟไทยทำขบวนดังกล่าว เกิดขึ้นจากความร่วมมือกับ บริษัท กิจการร่วมค้า ไซโนเจน ปิ่นเพชร จำกัด หรือ Sinogen Pinpetch พัฒนาจนสำเร็จเป็นตู้โดยสารต้นแบบขนาด 25 ที่นั่ง โครงสร้างมีน้ำหนักเบาลงร้อยละ 22 รองรับความเร็วสูงสุด 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ผ่านการทดสอบเดินรถจริงมาแล้วกว่า 10,000 กิโลเมตร โดยตัวรถใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศ หรือ Local Content สูงถึงร้อยละ 44.1 และสร้างผลงานทรัพย์สินทางปัญญาเพิ่มขึ้นอีก 7 ผลงาน ซึ่งภายหลังเสร็จสิ้นพิธีส่งมอบ คณะผู้บริหารได้ร่วมเดินทางโดยสารรถไฟเที่ยวพิเศษไปยังที่หยุดรถพระจอมเกล้า เพื่อทดลองระบบการใช้งานจริง
