Connect with us

ข่าว

ลุ้น วัดพระมหาธาตุฯ นครศรีธรรมราช ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 6 ของไทย

Published

on

รัฐบาลเผยความคืบหน้า เตรียมลุ้นขึ้นทะเบียน วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ของไทย ก.ค. นี้

สำนักข่าวบริคอินโฟ – รัฐบาลเผยความคืบหน้าเตรียมลุ้นพิจารณาขึ้นทะเบียน วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ของไทยในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 48 ที่ประเทศเกาหลีใต้ช่วงปลายเดือนกรกฎาคมนี้ หากสำเร็จจะเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งแรกของภาคใต้

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 24–26 กรกฎาคม 2569 จะมีการพิจารณาเสนอชื่อ วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร ขึ้นทะเบียนเป็นแหล่ง มรดกโลกทางวัฒนธรรม ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 48 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19–29 กรกฎาคม 2569 ณ เมืองปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี โดยล่าสุด นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รายงานความคืบหน้าว่าองค์กรที่ปรึกษาของคณะกรรมการมรดกโลกได้เสนอแนะให้ขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกแล้ว เนื่องจากเล็งเห็นถึงคุณค่าที่โดดเด่นในฐานะแหล่งสะท้อนความหลากหลายทางศาสนา ความเชื่อ และจิตวิญญาณที่สืบทอดมาอย่างยาวนานกว่า 1,500 ปี รวมถึงเป็นศูนย์กลางการเผยแพร่อิทธิพลทางศาสนาและศิลปวัฒนธรรมที่สำคัญของภูมิภาคเอเชียภาคพื้นสมุทร

ความก้าวหน้าดังกล่าวถือเป็นผลจากการบูรณาการร่วมกันกว่า 10 ปี ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำโดย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผ่านสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ได้ดำเนินงานด้านวิชาการ การอนุรักษ์ และการบริหารจัดการพื้นที่ตามมาตรฐานสากลมาอย่างต่อเนื่อง จนผ่านการพิจารณาในระดับนานาชาติ

หาก วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการ จะนับเป็นแหล่ง มรดกโลก แห่งที่ 9 ของประเทศไทย เป็นแหล่ง มรดกโลกทางวัฒนธรรม แห่งที่ 6 และเป็นแห่งแรกของพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งจะช่วยยกระดับศักยภาพการท่องเที่ยวและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่า “รัฐบาลมุ่งผลักดันทุนทางวัฒนธรรมของไทยให้ได้รับการยอมรับในระดับโลก ควบคู่กับการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้มรดกอันทรงคุณค่าของชาติสามารถส่งต่อสู่คนรุ่นต่อไปได้อย่างยั่งยืน”

Advertisement
Continue Reading
Advertisement