Connect with us

การเมือง

รัฐบาลเดินหน้าปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า ชู 3 แนวทางตัดวงจรทั้งระบบ พร้อมนำร่องสถานศึกษาปลอดบุหรี่ไฟฟ้า 9 จังหวัด

Published

on

รัฐบาลเอาจริง! สั่งปราบปราม พอตเค บุหรี่ไฟฟ้าผสมยาเค ระบาดหนัก โทษผู้เสพ-ผู้ขาย สูงสุดถึงติดคุก-เสียชีวิต

สำนักข่าวบริคอินโฟ – รัฐบาลยกระดับมาตรการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน พร้อมกำหนดให้เป็นวาระสำคัญที่ทุกหน่วยงานต้องบูรณาการร่วมกัน ล่าสุดมีการเสนอจัดตั้งศูนย์อำนวยการและคณะกรรมการประสานงานป้องกันและปราบปราบบุหรี่ไฟฟ้าแห่งชาติ ควบคู่กับการผลักดันโครงการปลอดบุหรี่ไฟฟ้าในสถานศึกษานำร่อง 9 จังหวัด เพื่อรณรงค์สร้างความรู้และฉีดวัคซีนทางความคิดให้กับเยาวชน

เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 ที่ห้องประชุม ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานมอบแนวทางการบูรณาการส่วนราชการในการป้องกันและปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าตามนโยบายของรัฐบาล โดยมี พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบ (ศปบย.ตร.) นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค และรองผู้บังคับการจังหวัดที่รับผิดชอบเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าทั่วประเทศ เข้าร่วมรับฟังผ่านระบบการประชุมทางไกล

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งไม่ใช่เพียงปัญหาสาธารณสุข แต่เป็นปัญหาด้านสังคมและความมั่นคงที่จะส่งผลต่ออนาคตของประเทศ รัฐบาลจึงกำหนดให้เรื่องนี้เป็นวาระสำคัญที่หน่วยงานต่างๆ เช่น สตช. สคบ. กรมศุลกากร กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานอื่นๆ ต้องบูรณาการทำงานร่วมกันอย่างเด็ดขาดและต่อเนื่อง

“ในฐานะแม่ของลูก 4 คน ดิฉันมองว่าปัจจุบันสังคมไทยและสังคมโลกกำลังเผชิญกับปัญหาที่ซับซ้อน โดยเฉพาะภัยคุกคามจากบุหรี่ไฟฟ้าที่กำลังขยายตัวเข้าสู่กลุ่มเด็กและเยาวชนที่มีอายุน้อยลงเรื่อยๆ ตั้งแต่วัยเพียง 10 ขวบต้นๆ ด้วยค่านิยมที่ผิด ผ่านรูปแบบของผลิตภัณฑ์ที่ดึงดูดใจ และการโฆษณาแฝงที่ทำให้เยาวชนเข้าใจผิดว่าบุหรี่ไฟฟ้าไม่อันตราย ทั้งที่ความจริงแล้วส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อพัฒนาการทางร่างกาย สมอง และสุขภาพจิต” นางสาวศุภมาสกล่าว

Advertisement

สำหรับแนวทางการดำเนินงานของรัฐบาลในการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าแบ่งออกเป็น 3 แนวทางหลัก คือ แนวทางแรก ต้องปกป้องเด็กและเยาวชนอย่างเต็มที่ โดยให้ สตช. และ สคบ. ร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงสาธารณสุข เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง สถานศึกษา และชุมชน เพื่อลบค่านิยมที่ผิด แนวทางที่สอง ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังโดยไม่มีข้อยกเว้น เร่งปราบปรามผู้ลักลอบนำเข้า ผู้ค้ารายใหญ่ และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง โดยสืบสวนขยายผลไปถึงผู้บงการและเครือข่ายทางการเงินเพื่อตัดวงจรทั้งระบบ และแนวทางที่สาม ยกระดับการปราบปรามออนไลน์ โดยประสานความร่วมมือกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล และบริษัทขนส่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสืบสวนทางดิจิทัลและปิดช่องทางการจำหน่ายออนไลน์

นอกจากนี้ รัฐบาลได้เตรียมผลักดันโครงการปลอดบุหรี่ไฟฟ้าในโรงเรียนและสถานศึกษา นำร่องใน 9 จังหวัด ประกอบด้วย เขตตรวจราชการที่ 2 ได้แก่ นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม และสมุทรปราการ และเขตตรวจราชการที่ 9 ได้แก่ จันทบุรี ตราด นครนายก ปราจีนบุรี และสระแก้ว เพื่อให้ตระหนักถึงภัยของบุหรี่ไฟฟ้า พร้อมทั้งเน้นย้ำจุดยืนว่ารัฐบาลเอาจริงกับเรื่องนี้ และขอความร่วมมือจากประชาชนในการแจ้งเบาะแสการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้ามายังหน่วยงานภาครัฐเพื่อแก้ปัญหาให้เห็นเป็นรูปธรรม

Advertisement