ข่าว
รัฐบาลเดินหน้าคืนผืนป่าทับลานและเอราวัณ สั่งรื้อถอนรีสอร์ทรุกป่าพร้อมเร่งฟื้นฟูเป็นจุดชมวิว
สำนักข่าวบริคอินโฟ – รัฐบาลขับเคลื่อนนโยบายด้านการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุล พร้อมบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกับผู้บุกรุกพื้นที่ป่า โดยล่าสุดผู้ครอบครอง อิมภูฮิลล์ รีสอร์ท ในพื้นที่ อุทยานแห่งชาติทับลาน ยินยอมรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเองหลังคดีสิ้นสุดลง ขณะที่พื้นที่ ไร่รักษ์ฟ้า ใน อุทยานแห่งชาติเอราวัณ เตรียมถูกพัฒนาเป็นจุดชมวิวแห่งใหม่เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่างปลอดภัยและยั่งยืน
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลไทย ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีนโยบายเร่งจัดสรรที่ดินทำกินควบคู่กับการสร้างงานและอาชีพให้แก่ชุมชนเพื่อลดการบุกรุกพื้นที่ป่า โดยมีหลักการทำงานที่ชัดเจนคือ คุ้มครองสิทธิของประชาชนผู้มีสิทธิในที่ดินอย่างเป็นธรรม ผ่านการเร่งพิสูจน์สิทธิที่ดินทำกินรายแปลงด้วยความโปร่งใส แต่จะดำเนินคดีกับกลุ่มนายทุนและผู้บุกรุกพื้นที่ป่าอย่างเท่าเทียมโดยไม่มีข้อยกเว้น ซึ่งเมื่อคดีถึงที่สุดแล้วจะต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและคืนพื้นที่ให้รัฐตามกฎหมายต่อไป
ด้านความคืบหน้าการดำเนินงานในพื้นที่ อุทยานแห่งชาติทับลาน นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ติดตามการดำเนินงานของชุดเฉพาะกิจอย่างใกล้ชิด หลังจากเจ้าหน้าที่ได้ติดประกาศแจ้งให้ผู้ครอบครอง อิมภูฮิลล์ รีสอร์ท รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างภายใน 15 วัน ซึ่งเป็นคดีที่สิ้นสุดกระบวนการยุติธรรมแล้ว ล่าสุดผู้ครอบครองได้เข้าพบหัวหน้าอุทยานฯ เพื่อยื่นหนังสือขอรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดด้วยตนเองและได้เริ่มดำเนินการรื้อถอนทันที โดยมีเจ้าหน้าที่อุทยานคอยควบคุมและตรวจสอบอย่างใกล้ชิดเพื่อเร่งฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับคืนสู่สภาพป่าธรรมชาติ
นอกจากนี้ ในส่วนของพื้นที่ ไร่รักษ์ฟ้า ภายใน อุทยานแห่งชาติเอราวัณ จังหวัดกาญจนบุรี ที่รัฐสามารถบังคับใช้กฎหมายทวงคืนพื้นที่มาได้แล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เร่งปรับปรุงภูมิทัศน์และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อพัฒนาเป็น จุดชมวิวเอราวัณนครินทร์ โดยจะไม่มีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างถาวรที่กระทบต่อธรรมชาติ และใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อรักษาความเป็นแหล่งต้นน้ำและที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า รวมถึงมีมาตรการความปลอดภัยเข้มงวด ทั้งการจัดตั้งจุดบริการนักท่องเที่ยว เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจ และติดตั้งป้ายเตือนระบบดูแลความปลอดภัย
“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุล ระหว่างการอนุรักษ์ การคุ้มครองสิทธิของประชาชน และการบังคับใช้กฎหมายกับผู้บุกรุกอย่างจริงจัง ควบคู่กับการฟื้นฟูพื้นที่ป่าและพัฒนาพื้นที่ที่ทวงคืนได้ให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนภายใต้หลักการอนุรักษ์ เพื่อรักษาความอุมดสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและส่งต่อผืนป่าที่สมบูรณ์ให้คนรุ่นต่อไป” นางสาวลลิดา กล่าว
