ข่าว
มากุโระ กรุ๊ป รุกตลาดขนมหวาน ดึงแบรนด์ Age.3 แซนด์วิชทอดชื่อดังจากกินซ่าเปิดสาขาแรกในไทย
สำนักข่าวบริคอินโฟ – บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAGURO Group เดินหน้าขยายพอร์ตโฟลิโอรุกตลาดขนมหวานและอาหารว่างอย่างเต็มรูปแบบ ประกาศคว้าสิทธิ์บริหารแบรนด์ Age.3 หรือ อาเกะซัง ร้านแซนด์วิชทอดชื่อดังจากย่านกินซ่า กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เข้ามาเปิดตลาดในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยเตรียมเปิดสาขาแรกที่อาคาร Dusit Central Park ในช่วงเดือนตุลาคม 2569 เพื่อเจาะกลุ่มตลาด Accessible Premium ด้วยระดับราคาเข้าถึงง่าย
การนำแบรนด์ Age.3 เข้ามาในครั้งนี้ถือเป็นก้าวแรกของ มากุโระ กรุ๊ป ในการสร้างพอร์ตธุรกิจกลุ่มของหวาน สำหรับแบรนด์ อาเกะซัง มีความโดดเด่นในฐานะผู้บุกเบิกหมวดหมู่สินค้าใหม่หรือ Fried Sandwich ปัจจุบันมีการขยายสาขาไปแล้วใน 5 ประเทศทั่วโลก จุดเด่นของร้านคือการนำขนมปังโชคุปัง (Shokupan) มาทอดด้วยเทคนิคเฉพาะให้กรอบไม่อมน้ำมัน ผสานกับวิปครีมแช่เย็นจัดสูตรไม่ใส่น้ำตาล โดยใช้นวัตกรรมสารให้ความหวานจากธรรมชาติอย่างหล่อฮังก๊วย (Lakanto) แทนน้ำตาลทราย 100% ทำให้ได้เนื้อสัมผัสแบบ Hot & Cold โดยสาขาในไทยจะมีเมนูให้เลือกกว่า 30 รายการ ทั้งเมนูของหวานและของคาว รวมถึงรสชาติพิเศษที่มีเฉพาะในประเทศไทย
นายจักรกฤติ สายสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ระบุว่าการได้รับสิทธิ์บริหารแบรนด์ Age.3 ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญเนื่องจากบริษัทมองเห็นโอกาสและศักยภาพของตลาดร้านขนมหวานที่มีฐานผู้บริโภคขนาดใหญ่ ตลาดนี้มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความแปลกใหม่ โดยระบุว่าตลาดขนมหวานและอาหารว่างเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่และยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก โดยเฉพาะแบรนด์ที่มีความเป็นต้นตำรับและมีเอกลักษณ์ชัดเจน ซึ่ง Age.3 มีคุณสมบัติครบถ้วนและมีศักยภาพในการเติบโตในประเทศไทย
ในเชิงธุรกิจ MAGURO Group วางตำแหน่งของ Age.3 ให้อยู่ในกลุ่ม Accessible Premium ด้วยราคาประมาณ 80-200 บาทต่อชิ้น เน้นโมเดลร้านที่เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายแบบ Grab & Go ซึ่งตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายหลักทั้งคนรุ่นใหม่ วัยทำงาน และกลุ่มที่ใส่ใจสุขภาพ โดยการเปิดสาขาแรกที่ Dusit Central Park จะเป็นจุดเริ่มต้นก่อนที่บริษัทจะทยอยเปิดตัวแบรนด์ใหม่ๆ ในกลุ่มขนมหวานเพิ่มเติมในช่วงปี 2569-2570 เพื่อสร้างระบบนิเวศของธุรกิจอาหารที่รองรับความต้องการของผู้บริโภคได้หลากหลายโอกาสมากขึ้น
นอกจากนี้ ภาพรวมการดำเนินงานของ มากุโระ กรุ๊ป ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 ยังคงเติบโตสวนทางกับภาพรวมของอุตสาหกรรมร้านอาหารที่กำลังชะลอตัว โดยบริษัทตั้งเป้าหมายรายได้รวมในปีนี้ให้เติบโตไม่ต่ำกว่า 30% พร้อมแผนขยายสาขาใหม่ไม่ต่ำกว่า 15 แห่ง ปัจจุบัน MAGURO Group มีแบรนด์ในเครือ 12 แบรนด์ รวมกว่า 54 สาขา และกำลังเตรียมเปิดตัวแบรนด์ร้านซูชิสายพานระดับพรีเมียม Kaiten Sushi Ginza Onodera ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้เพิ่มเติมอีกด้วย
