Connect with us

ข่าว

บีโอไอเผยยอดลงทุนอุตสาหกรรมอีวีพุ่งทะลุ 1.3 แสนล้านบาท หนุนไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจร

Published

on

เคทีซีชี้กระแสรถยนต์ไฟฟ้าเปลี่ยนวิถีชีวิตผู้บริโภค จากการเติมน้ำมันสู่การวางแผนชาร์จแบตเตอรี่และบริหารค่าใช้จ่ายอัจฉริยะผ่านระบบดิจิทัล

สำนักข่าวบริคอินโฟ – คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ (BOI) เปิดเผยยอดอนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV (Electric Vehicle) ล่าสุด ณ เดือนพฤษภาคม 2569 มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 198 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวมกว่า 137,000 ล้านบาท ครอบคลุมตั้งแต่การผลิตรถยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ ชิ้นส่วนสำคัญ ไปจนถึงสถานีชาร์จไฟฟ้า ช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นฐานการผลิตและส่งออกหลักของภูมิภาคอาเซียน รองรับเทคโนโลยีทั้งระบบไฮบริดและพลังงานไฟฟ้า 100%

การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวเกิดขึ้นในงานประชุมเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าระดับนานาชาติ International Electric Vehicle Technology Conference and Exhibition หรือ iEVTech 2026 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งจัดโดยสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย หรือ EVAT (Electric Vehicle Association of Thailand) โดยภาพรวมตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยปี 2568 ที่ผ่านมา ยานยนต์ไฟฟ้าทุกประเภทมีสัดส่วนรวมกันคิดเป็นร้อยละ 44 ของยอดจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ทั้งหมด ซึ่งเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับ 5 ปีก่อนที่มีสัดส่วนเพียงร้อยละ 3 โดยแบ่งเป็นรถยนต์ไฮบริด หรือ HEV (Hybrid Electric Vehicle) ร้อยละ 21.8 รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ หรือ BEV (Battery Electric Vehicle) ร้อยละ 19.6 และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด หรือ PHEV (Plug-in Hybrid Electric Vehicle) ร้อยละ 2.9

สำหรับรายละเอียดเม็ดเงินลงทุนมูลค่ากว่า 137,000 ล้านบาท แบ่งออกเป็นกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ BEV มูลค่า 39,500 ล้านบาท (18 โครงการ) กลุ่มรถยนต์ HEV มูลค่า 29,900 ล้านบาท (7 โครงการ) กลุ่ม PHEV มูลค่า 9,429 ล้านบาท (7 โครงการ) และยานยนต์ไฟฟ้าประเภทอื่น ๆ เช่น รถบัสไฟฟ้าและรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า มูลค่า 3,100 ล้านบาท (18 โครงการ) นอกจากนี้ยังมีกลุ่มแบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงาน (Battery & ESS) มูลค่า 33,500 ล้านบาท (57 โครงการ) กลุ่มชิ้นส่วนสำคัญ มูลค่า 12,500 ล้านบาท (49 โครงการ) และกลุ่มสถานีชาร์จรวมถึงสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ มูลค่า 9,788 ล้านบาท (42 โครงการ) ซึ่งตั้งเป้าติดตั้งหัวชาร์จรวมกว่า 22,900 หัวชาร์จทั่วประเทศ โดยเป็นหัวชาร์จเร็ว (Fast Charge) กว่า 10,000 หัวชาร์จ

ปัจจุบันผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า BEV ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนรายเดิมและรายใหม่ ได้เริ่มเดินสายการผลิตในประเทศไทยแล้ว ประกอบด้วย เมอร์เซเดส-เบนซ์ (Mercedes-Benz), เกรท วอลล์ มอเตอร์ (Great Wall Motor), เอสเอไอซี มอเตอร์–ซีพี (SAIC Motor-CP), บีวายดี (BYD), ไอออน ออโตโมบิล (AION Automobile), ฉางอาน (Changan), อีวี ไพรมัส (EV Primus) รวมถึงรายล่าสุดที่เริ่มผลิตในปี 2569 ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู (BMW), ฮุนได โมบิลิตี้ (Hyundai Mobility) และโอโมดา แอนด์ เจคู (Omoda & Jaecoo) ซึ่งเกิดการจ้างงานบุคลากรไทยในระบบแล้วกว่า 16,000 คน ขณะเดียวกันบีโอไอยังได้ผลักดันการจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยกับค่ายรถยนต์ไฟฟ้าผ่านงาน Subcon Thailand และงาน Sourcing Day จำนวน 18 ครั้ง เกิดการจับคู่ธุรกิจกว่า 1,200 คู่ คาดว่าจะสร้างมูลค่าการจัดซื้อชิ้นส่วนในประเทศได้มากกว่า 60,000 ล้านบาท

Advertisement

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และเลขานุการคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) กล่าวว่า “การเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า เป็นความท้าทายครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมยานยนต์โลก ขณะเดียวกัน ก็เป็นโอกาสครั้งสำคัญของประเทศไทย ที่จะก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางของซัพพลายเชนและระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาค รวมทั้งเป็นจุดเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างประเทศ พร้อมสร้างแพลตฟอร์มที่จะเปิดทางให้ผู้ผลิตทุกค่ายจากประเทศต่าง ๆ ทั้งรายเดิมและรายใหม่ สามารถสร้างฐานธุรกิจที่มั่นคงและเติบโตไปด้วยกันในประเทศไทย และที่สำคัญคือ การสร้างโอกาสให้กับคนไทย ผ่านการจ้างงาน การพัฒนาบุคลากร และการยกระดับผู้ประกอบการไทยให้ก้าวเข้าสู่ซัพพลายเชนใหม่”

Continue Reading
Advertisement