Connect with us

บทความ

เอเอ็มดี เผยยุคการประมวลผล AI บนพีซีเปลี่ยนผ่านจากนิยายวิทยาศาสตร์สู่มาตรฐานใหม่ ยกระดับประสิทธิภาพการทำงานและความเป็นส่วนตัวขั้นสูง

Published

on

ซิลิคอน ควอนตัม คอมพิวติง (SQC) จับมือ เอเอ็มดี (AMD) พัฒนาควอนตัมคอมพิวเตอร์ระดับอะตอม ยกระดับความเสถียรของระบบ เตรียมผลักดันสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์จริง

สำนักข่าวบริคอินโฟ – เอเอ็มดี (AMD) เปิดเผยถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่ก้าวเข้ามาอยู่ในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเพื่อใช้งานในชีวิตประจำวัน ช่วยยกระดับขีดความสามารถทั้งการทำงานขั้นสูง การสร้างสรรค์คอนเทนต์ และการเล่นเกม โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการประมวลผล AI ภายในเครื่อง (Local AI Execution) ที่มอบความปลอดภัยให้กับข้อมูลส่วนบุคคล และความรวดเร็วในการตอบสนองโดยไม่ต้องพึ่งพาเซิร์ฟเวอร์ภายนอก

อเล็กเซย์ นาโวโลคิน (Alexey Navolokin) ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเอ็มดี เอเชียแปซิฟิก (AMD Asia Pacific) มองว่า “เรากำลังอยู่ในจุดเริ่มต้นของยุคสมัยที่คอมพิวเตอร์ไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องมืออีกต่อไป แต่ได้กลายมาเป็นผู้ร่วมงานอัจฉริยะ มันไม่ใช่เรื่องของการเข้ามาแทนที่ความสามารถของมนุษย์ แต่เป็นการยกระดับความสามารถนั้นให้สูงขึ้นผ่านการปรับปรุงเล็ก ๆ น้อย ๆ นับพันอย่าง ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วจะเปลี่ยนความสัมพันธ์ของเรากับเทคโนโลยีไปอย่างสิ้นเชิง”

ปัจจุบัน AI PC สามารถตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้งานที่หลากหลาย โดยนักเรียน นักศึกษา และคนทำงานระดับมืออาชีพ สามารถใช้ AI ในการสรุปเนื้อหาเอกสารความยาว แปลภาษา และบันทึกการประชุมได้แบบออฟไลน์ นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานอย่าง Belt ที่เชื่อมโยงข้อมูลอีเมล ปฏิทิน และการจัดการโปรเจกต์ เพื่อดึงข้อมูลสำคัญมาแสดงผลโดยอัตโนมัติ ช่วยลดความซับซ้อนในกระบวนการทำงานประจำวัน

สำหรับกลุ่มคอนเทนต์ครีเอเตอร์ เทคโนโลยีนี้ช่วยเร่งกระบวนการทำงานให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้งการอัปสเกลภาพและวิดีโอเพื่อความลื่นไหลบนไทม์ไลน์ขณะตัดต่อ รวมถึงการใส่เอฟเฟกต์ที่ซับซ้อนแบบเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชันอย่าง ไซเบอร์ลิงก์ โปรมีโอ (CyberLink Promeo), อะโดบี พรีเมียร์ เอเลเมนท์ (Adobe Premiere Elements) และ อะโดบี โฟโตชอป เอเลเมนท์ (Adobe Photoshop Elements) ส่วนงานเอฟเฟกต์ภาพขั้นสูง (Visual Effects) ก็สามารถทำได้ผ่านเครื่องมือ RenderFX และ VectorFX ของ ดิสทิงก์ ไอยูไอ (Distinct AI) ขณะเดียวกันกลุ่มเกมเมอร์จะได้รับประสบการณ์กราฟิกที่คมชัดและเฟรมเรตที่สูงขึ้นผ่านเทคโนโลยี FSR Redstone

Advertisement

ทั้งนี้ แพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผลตระกูล เอเอ็มดี ไรเซน เอไอ 400 ซีรีส์ (AMD Ryzen™ AI 400 Series) และ ไรเซน เอไอ แม็กซ์ พลัส (Ryzen AI Max+) ซึ่งรวมสถาปัตยกรรม Zen 5 กราฟิกการ์ด เรเดียน (Radeon™) และสถาปัตยกรรม เอเอ็มดี เอ็กซ์ดีเอ็นเอ 2 (AMD XDNA™ 2) ไว้ในชิปเดียว ให้กำลังการประมวลผลสูงสุด 60 TOPS พร้อมระบบนิเวศซอฟต์แวร์แบบเปิดผ่าน เอเอ็มดี ร็อคม (AMD ROCm™) เพื่อให้นักพัฒนาสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมได้อย่างอิสระ