การเมือง
รัฐบาลสั่งยกระดับระบบสนามบินเป็น Zero Trust สกัดเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ เผย 8 เดือนยึดทรัพย์กว่า 7.6 พันล้านบาท
สำนักข่าวบริคอินโฟ – รัฐบาลเดินหน้าคุมเข้ม ปฏิบัติการพิฆาตยาเสพติด หลังพบเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติปรับเปลี่ยนรูปแบบการลักลอบขนส่งให้มีความซับซ้อนขึ้น ล่าสุดนายกรัฐมนตรีสั่งการหน่วยงานความมั่นคงและการบิน ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในท่าอากาศยานสู่เกณฑ์ Zero Trust เพื่อตรวจสอบทุกคนด้วยมาตรฐานเดียวกันไม่มีข้อยกเว้น หลังเกิดกรณีพนักงานต้อนรับสายการบินลักลอบขนยาเสพติด พร้อมเผยผลการบูรณาการปราบปรามในรอบ 8 เดือน สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้กว่า 2 แสนราย และยึดอายัดทรัพย์สินได้มูลค่าทะลุ 7.6 พันล้านบาท
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการปราบปรามยาเสพติดในฐานะภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศ โดยกำชับให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานอย่างใกล้ชิด ทั้งในด้านการข่าว การบังคับใช้กฎหมาย การรักษาความมั่นคงชายแดน และความร่วมมือกับต่างประเทศ เพื่อปิดทุกช่องทางของเครือข่ายยาเสพติดและป้องกันไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นเส้นทางหรือฐานปฏิบัติการขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยขับเคลื่อนผ่านแผนปฏิบัติการที่เชื่อมโยงกันในทุกระดับตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัด กระทรวง ไปจนถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สำหรับแผนปฏิบัติการดังกล่าวครอบคลุม 7 ด้านหลัก ได้แก่ การยกระดับความร่วมมือกับต่างประเทศ การเสริมความมั่นคงชายแดน การปราบปรามเครือข่ายค้ายาเสพติดและเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง การลดผลกระทบต่อประชาชน การแก้ไขปัญหาผู้ป่วยจิตเวชจากยาเสพติด การดำเนินนโยบาย 1 อำเภอ 1 ศูนย์บำบัด และการสร้างสังคมปลอดภัยจากยาเสพติด เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมและเป็นระบบเดียวกันทั่วประเทศ
ทางด้านผลการดำเนินงานในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึง 31 พฤษภาคม 2569 มีการบูรณาการร่วมกันระหว่าง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. กระทรวงมหาดไทย กองทัพ และ กรมศุลกากร โดยสามารถปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดได้ 16,419 เครือข่าย จับกุมผู้กระทำความผิด 203,637 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 20.36 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สามารถตรวจยึดยาบ้าได้กว่า 997 ล้านเม็ด ไอซ์ 39.4 ตัน รวมถึงยาอีและเคตามีนอีกเป็นจำนวนมาก ควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมายด้วยการยึดและอายัดทรัพย์สินจากคดียาเสพติดได้แล้วกว่า 7,677 ล้านบาท เพื่อตัดวงจรทางการเงินของเครือข่ายค้ายาเสพติด
นอกจากมาตรการปราบปรามแล้ว รัฐบาลยังได้ดำเนินงานด้านการป้องกันและบำบัดรักษา โดยนำผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัดแล้ว 40,440 คน ร่วมมือกับชุมชน 2,970 ชุมชน และดำเนินโครงการตำรวจประสานโรงเรียนในสถานศึกษา 1,537 แห่ง เพื่อคัดกรองนักเรียนกลุ่มเสี่ยงกว่า 1.12 ล้านคน รวมถึงการให้ความรู้เรื่องพิษภัยของยาเสพติดผ่านโครงการครูตำรวจแดร์ (D.A.R.E.) แก่เยาวชนอีกกว่า 252,427 คน ส่วนกรณีที่เกิดขึ้นกับพนักงานต้อนรับของสายการบิน สะท้อนให้เห็นว่าขบวนการค้ายาเสพติดมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบอยู่ตลอดเวลา นายกรัฐมนตรีจึงสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนและยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในท่าอากาศยานโดยใช้หลัก Zero Trust หรือการตรวจสอบตามมาตรฐานเดียวกันกับทุกคนเพื่อปิดช่องโหว่ดังกล่าว
“การปราบปรามยาเสพติดคือวาระแห่งชาติ รัฐบาลมุ่งมั่นปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง ทั้งการตัดวงจรเครือข่าย การยึดทรัพย์ผู้กระทำผิด การบำบัดผู้เสพ การสร้างภูมิคุ้มกันให้เยาวชน และการยกระดับความร่วมมือกับนานาชาติ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นสังคมที่ปลอดภัยจากยาเสพติด และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนานาประเทศ” นางสาวรัชดา กล่าว
