ข่าว
ไมโครซอฟท์ เปิดตัว Maia 200 ชิป AI เจเนอเรชันใหม่ ชูประสิทธิภาพสูงขึ้นแต่ต้นทุนลดลง
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ไมโครซอฟท์ (Microsoft) ประกาศเปิดตัว Maia 200 ชิปเร่งการประมวลผล AI (AI Accelerator) รุ่นล่าสุดที่ออกแบบมาเพื่อเน้นงานด้าน อินเฟอเรนซ์ (Inference) หรือการประมวลผลคำสั่งของปัญญาประดิษฐ์ขนาดใหญ่โดยเฉพาะ โดยชิปรุ่นนี้มุ่งเน้นไปที่การเพิ่มขีดความสามารถในการรันโมเดลซับซ้อนให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ในขณะที่สามารถลดต้นทุนการดำเนินงานลงได้อย่างมีนัยสำคัญ เตรียมนำมาเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ Microsoft Azure เพื่อรองรับการขยายตัวของเทคโนโลยี AI ในระดับโลก
รายละเอียดทางเทคนิคระบุว่า Maia 200 ผลิตด้วยกระบวนการเทคโนโลยี 3 นาโนเมตร จาก TSMC ภายในประกอบด้วยทรานซิสเตอร์กว่า 1 แสนล้านตัว ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาคอขวดด้านการรับส่งข้อมูลโดยเฉพาะ ด้วยระบบหน่วยความจำ HBM3e ขนาด 216GB ที่มีความเร็วสูงถึง 7 TB/s พร้อมด้วย SRAM บนชิปขนาด 272MB และ Data Movement Engine ที่ช่วยให้การรับส่งข้อมูลของโมเดลขนาดใหญ่เป็นไปอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีประสิทธิภาพด้านราคาต่อหน่วย (Performance per Dollar) ดีขึ้นกว่าระบบเดิมถึง 30% ทำให้เป็นระบบอินเฟอเรนซ์ที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดเท่าที่ทาง ไมโครซอฟท์ เคยนำมาใช้งาน
ในด้านการขยายระบบ ชิป Maia 200 รองรับแบนด์วิดท์ Scale Up สูงถึง 1.4 TB/s ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกันเป็นคลัสเตอร์ขนาดใหญ่ได้สูงสุดถึง 6,144 ตัว ช่วยลดการใช้พลังงานและลดต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของ (TCO) สำหรับโครงสร้างพื้นฐาน Azure ทั่วโลก โดยชิปดังกล่าวจะถูกบูรณาการเข้ากับ Azure Control Plane เพื่อให้สามารถจัดการด้านความปลอดภัยและการตรวจสอบได้ตั้งแต่ระดับชิปไปจนถึงระดับชั้นวางเครื่อง (Rack)
ปัจจุบัน ไมโครซอฟท์ (Microsoft) ได้เริ่มนำ Maia 200 มาใช้งานจริงในโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์แล้ว โดยมีทีม Microsoft Superintelligence นำร่องใช้งานเพื่อสร้างข้อมูลสังเคราะห์และการเรียนรู้แบบเสริมกำลัง (Reinforcement Learning) สำหรับปรับปรุงโมเดลภายในองค์กร นอกจากนี้ ชิปดังกล่าวยังเป็นขุมพลังสำคัญในการขับเคลื่อน Microsoft 365 Copilot และงานในส่วนของ Microsoft Foundry ซึ่งมีแผนจะเปิดให้ลูกค้าทั่วไปได้ใช้งานครอบคลุมมากขึ้นในอนาคต
พร้อมกันนี้ ทางบริษัทยังได้เปิดให้มีการลงทะเบียนทดลองใช้ Maia SDK สำหรับกลุ่มนักพัฒนาและนักวิชาการ เพื่อใช้ในการปรับแต่งโมเดลให้ทำงานร่วมกับชิปได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยภายในชุดพัฒนาประกอบด้วยเครื่องมือสำคัญอย่าง Triton Compiler, PyTorch และ Maia Simulator ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนผ่านทางเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของไมโครซอฟท์ได้ทันที
