Connect with us

ข่าว

กรมทางหลวงเผยผลสำเร็จอุโมงค์เชื่อมผืนป่า ทล.304 พบสัตว์ป่าเพิ่มขึ้น 16 ชนิด ย้ำโครงสร้างพื้นฐานอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้จริง

Published

on

กรมทางหลวงเผยผลสัมฤทธิ์อุโมงค์เชื่อมผืนป่าบนทางหลวงหมายเลข 304 พบสัตว์ป่าใช้งานจริงและมีความหลากหลายทางชีวภาพเพิ่มขึ้นเป็น 172 ชนิด

สำนักข่าวบริคอินโฟ – กรมทางหลวง (Department of Highways) เปิดเผยผลการติดตามประสิทธิภาพของ อุโมงค์เชื่อมผืนป่า (Wildlife Corridor) บนทางหลวงหมายเลข 304 จังหวัดปราจีนบุรี พบว่าสามารถช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยข้อมูลล่าสุดระบุว่าความหลากหลายของสัตว์ป่าในพื้นที่เพิ่มขึ้นจากเดิม 156 ชนิด เป็น 172 ชนิด หรือเพิ่มขึ้นถึง 16 ชนิด สะท้อนถึงความสำเร็จในการออกแบบทางหลวงที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและการรักษาผืนป่ามรดกโลกให้มีความอุดมสมบูรณ์ควบคู่ไปกับการพัฒนาเส้นทางคมนาคม

นายปกรณ์ ศรีปานวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงที่ 10 พร้อมด้วย นายวิโรจน์ ล้อมวงษ์ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงปราจีนบุรี และเจ้าหน้าที่ กรมทางหลวง (DOH) ร่วมให้การต้อนรับ นายบรรณรักษ์ เสริมทอง เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) และคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ในโอกาสลงพื้นที่ติดตามผลสัมฤทธิ์ของโครงการบน ทางหลวงหมายเลข 304 ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญที่ตัดผ่านพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และอุทยานแห่งชาติทับลาน

แนวคิดการก่อสร้างอุโมงค์เชื่อมผืนป่าดังกล่าว ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาการแบ่งแยกพื้นที่ธรรมชาติ โดยจัดทำเป็นอุโมงค์ระดับพื้นถนนและมีพื้นที่ด้านบนเป็นทางเชื่อมให้สัตว์ป่าสามารถเดินข้ามไปมาได้อย่างปลอดภัย ผลจากการเก็บข้อมูลตั้งแต่วันที่เปิดใช้งานในปี พ.ศ. 2562 พบว่าสัตว์ป่าหลากหลายกลุ่มเข้ามาใช้งานพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งนอกจากจะช่วยรักษาความหลากหลายทางชีวภาพแล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุระหว่างรถยนต์กับสัตว์ป่า เพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนที่สัญจรผ่านเส้นทาง ปราจีนบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง

นอกจากโครงการที่ประสบความสำเร็จแล้ว กรมทางหลวงยังได้รายงานความคืบหน้าโครงการอื่น ๆ ในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีและนครราชสีมาที่อยู่ระหว่างกระบวนการ EIA ได้แก่ โครงการขยายทางหลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 3486 ช่วงบ้านกุดเตย – บ้านใหม่ไทยถาวร และทางหลวงหมายเลข 348 ช่วงอำเภอตาพระยา – อำเภอโนนดินแดง รวมถึงการศึกษาแผนพัฒนา มอเตอร์เวย์หมายเลข 61 (MR2) ช่วงปราจีนบุรี – นครราชสีมา ซึ่งจะมีการนำบทเรียนจากอุโมงค์เชื่อมผืนป่าไปประยุกต์ใช้ในการออกแบบต่อไป

Advertisement

สำหรับการดำเนินงานในอนาคต กรมทางหลวงยืนยันที่จะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการสร้าง ทางหลวงคาร์บอนต่ำ และขยายผลแนวคิดถนนที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติให้ครอบคลุมพื้นที่อื่นทั่วประเทศ เพื่อให้การพัฒนาโครงข่ายคมนาคมเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนโดยไม่ทำลายความสมดุลของระบบนิเวศในระยะยาว

Continue Reading
Advertisement