การเมือง
รัฐบาลจับมือ กทม. ยกระดับคุณภาพชีวิตคนกรุง เดินหน้าตั๋วร่วม 45 บาท เร่งสอบเหตุไฟไหม้ห้าแยกลาดพร้าว
สำนักข่าวบริคอินโฟ – รัฐบาลและกรุงเทพมหานคร (กทม.) ร่วมมือผลักดันการพัฒนาเมืองเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ฝุ่น PM2.5 ระบบจราจร และการพัฒนาสาธารณูปโภค โดยเตรียมเปิดใช้ระบบตั๋วร่วมภายในปี 2569 พร้อมเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเหตุเพลิงไหม้สถานประกอบการย่านห้าแยกลาดพร้าว
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยหลังพิธีเปิดการประชุมสภากรุงเทพมหานครว่า การเข้าร่วมของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถือเป็นโอกาสสำคัญในการบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่าง Bangkok Metropolitan Administration และรัฐบาล ซึ่งทางคณะทำงานของทั้งสองฝ่ายได้หารือแนวทางพัฒนาพื้นที่กรุงเทพฯ ในหลากมิติ ทั้งด้านความปลอดภัยสาธารณะ และการอำนวยความสะดวกการเดินทาง
ในส่วนของระบบคมนาคม รัฐบาลเตรียมขับเคลื่อนระบบตั๋วร่วมเชื่อมโยงการเดินทาง รถ ราง และเรือ หลังจากที่พระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568 และพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 ผ่านความเห็นชอบแล้ว โดยตั้งเป้าเปิดให้บริการภายในปีนี้ กำหนดอัตราค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว และจัดเก็บค่าแรกเข้าเพียงครั้งเดียว นอกจากนี้ยังมีแผนนำที่ดินของหน่วยงานรัฐ เช่น การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และกรมธนารักษ์ มาพัฒนาเป็นสวนสาธารณะและลานกิจกรรมชุมชน
สำหรับความคืบหน้าเหตุเพลิงไหม้สถานประกอบการย่านห้าแยกลาดพร้าว นายอนุทิน ชาญวีรกูล ระบุว่า ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ร่วมกับผู้ว่าฯ กทม. โดยยืนยันยอดผู้เสียชีวิตจำนวน 27 ราย ซึ่งจะมีกองทุนที่เกี่ยวข้องเข้าเยียวยา ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บได้รับการส่งตัวรักษาในโรงพยาบาลภายใต้ระบบคุ้มครองของรัฐเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ด้านการหาสาเหตุของเพลิงไหม้ รวมถึงประเด็นข้อร้องเรียนเรื่องการปิดประตูทางหนีไฟและระบบสปริงเกอร์ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียดของกองพิสูจน์หลักฐานและพนักงานสอบสวน ซึ่งหากพบการกระทำผิดกฎหมายจะดำเนินการลงโทษตามขั้นตอนอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้สถานประกอบการดังกล่าวจดทะเบียนเป็นร้านอาหารที่จัดการแสดงดนตรีสดได้ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ใช่สถานบันเทิง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบมาตรการความปลอดภัยของอาคารเพื่อป้องกันเหตุซ้ำซ้อนต่อไป
