ข่าว
กทม. ตั้งศูนย์ประสานงานเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว เร่งตรวจอัตลักษณ์ 27 ศพ เตรียมถกทบทวนกฎหมายโซนนิ่งสถานบันเทิง
สำนักข่าวบริคอินโฟ – กรุงเทพมหานคร ตั้งศูนย์ประสานงานให้ความช่วยเหลือผู้ประสบเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว บริเวณสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT พหลโยธิน ทางออก 4 หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้รุนแรงช่วงกลางดึก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 27 ราย และบาดเจ็บ 63 ราย ด้านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครสั่งเร่งพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล พร้อมเตรียมหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อยกเครื่องกฎหมายควบคุมวัสดุลามไฟและปรับปรุงโซนนิ่งสถานบันเทิงให้ทันสมัย
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยความคืบหน้าอุบัติภัยดังกล่าวว่า จากการตรวจสอบล่าสุดพบผู้เสียชีวิตรวม 27 ราย แบ่งเป็นชาย 9 ราย และหญิง 18 ราย ปัจจุบันสามารถยืนยันตัวตนได้แล้ว 6 ราย ร่างผู้เสียชีวิตทั้งหมดถูกส่งไปยังสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บมีจำนวน 63 ราย ในจำนวนนี้มีอาการสาหัส 22 ราย ซึ่งแยกย้ายเข้ารับการรักษาตามโรงพยาบาลต่างๆ รวมมีผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์นี้ทั้งสิ้น 90 ราย
สำหรับอุปสรรคสำคัญคือการยืนยันอัตลักษณ์บุคคลของร่างผู้เสียชีวิต กทม. จึงได้เปิดช่องทางประสานงานสำหรับญาติที่ไม่สามารถติดต่อผู้ใกล้ชิดได้ โดยติดต่อผ่านผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตจตุจักร โทร. 081-734-1298 ซึ่งมีผู้แจ้งข้อมูลเข้ามาแล้วประมาณ 30 ราย นอกจากนี้ กรุงเทพมหานคร ยังได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานชั่วคราว ณ สถานีรถไฟฟ้า MRT พหลโยธิน ทางออก 4 เพื่อรวบรวมข้อมูล แจ้งความคืบหน้า และอำนวยความสะดวกในการประสานงานกับสถาบันนิติเวช
จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า จุดต้นเพลิงอยู่บริเวณเวทีด้านในร้าน ก่อนที่ไฟจะลุกลามไปตามฝ้าเพดานอย่างรวดเร็วเนื่องจากมีวัสดุตกแต่งภายในที่เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทำให้เกิดควันพิษปริมาณมาก กลุ่มควันและเปลวไฟได้ปิดล้อมบริเวณประตูทางเข้า-ออกหลักฝั่งติดถนน ส่งผลให้ผู้ใช้บริการต้องวิ่งหนีไปยังทางหนีไฟด้านหลัง โดยทางออกฝั่งซ้ายเชื่อมสู่ภายนอกอาคาร แต่ฝั่งขวาเป็นห้องน้ำ ทำให้มีผู้ประสบเหตุบางส่วนหลงเข้าไปจนหมดสติและติดค้าง กีดขวางเส้นทางอพยพ เป็นเหตุให้ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เสียชีวิตจากการสำลักควัน แม้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจะเดินทางถึงจุดเกิดเหตุภายใน 5 นาทีหลังได้รับแจ้งก็ตาม
สถานประกอบการดังกล่าวจดทะเบียนในประเภทร้านอาหารที่มีการแสดงดนตรี ไม่ใช่สถานบริการตามกฎหมาย มีกำหนดเวลาปิดทำการ ณ เวลา 24.00 น. ซึ่งช่วงเกิดเหตุเป็นเวลาใกล้ปิดทำการ โดยสำนักงานเขตจตุจักรเคยเข้าตรวจสอบสภาพอาคารเมื่อเดือนเมษายน 2569 พบว่ามีทางหนีไฟ 2 ทาง มีป้ายบอกทาง ไฟฉุกเฉิน และถังดับเพลิงครบถ้วนตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่คาดว่าสภาพวันใช้งานจริงอาจมีการตั้งโต๊ะเก้าอี้หรือวางสิ่งของกีดขวางทางหนีไฟ ซึ่งจะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดต่อไป
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากนี้จะร่วมหารือกับ กรมโยธาธิการและผังเมือง เพื่อทบทวนข้อกำหนดด้านกฎหมายควบคุมอาคาร โดยเตรียมเสนอให้ขยายข้อบังคับการใช้วัสดุตกแต่งที่ไม่ลามไฟและไม่ก่อให้เกิดควันพิษ ให้ครอบคลุมกลุ่มร้านอาหารที่มีการแสดงดนตรี จากเดิมที่บังคับใช้เฉพาะสถานบริการขนาดใหญ่เท่านั้น
นอกจากนี้ กทม. เตรียมเปิดโต๊ะเจรจาปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยสถานบันเทิง เนื่องจากเขตพื้นที่ผ่อนผัน (Zoning) ในปัจจุบันสอดคล้องกับอดีตที่กำหนดไว้เพียงย่าน RCA และสีลม ซึ่งไม่ตรงกับสภาพข้อเท็จจริงในปัจจุบันที่มีร้านค้าลักษณะกึ่งสถานบริการกระจายตัวอยู่นอกพื้นที่โซนนิ่ง โดยในพื้นที่เขตจตุจักรมีร้านลักษณะดังกล่าวจำนวน 14 แห่ง ซึ่ง กทม. จะยกระดับมาตรการตรวจตราความปลอดภัยเชิงรุกต่อไป ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เคลียร์พื้นที่เกิดเหตุและเปิดการจราจรโดยรอบเป็นปกติแล้วตั้งแต่เวลา 05.30 น.
