Connect with us

บทความ

เคทีซี แนะสำรวจเงินเฟ้อของตัวเอง ชี้ผลกระทบรายบุคคลต่างกันตามโครงสร้างรายจ่าย

Published

on

เคทีซี แนะผู้บริโภคสำรวจเงินเฟ้อของตัวเอง ชี้ผลกระทบรายบุคคลแตกต่างกันตามโครงสร้างรายจ่ายและวิถีชีวิต พร้อมเปิด 4 แนวทางวางแผนการเงินรับมือค่าครองชีพ

สำนักข่าวบริคอินโฟ – บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เคทีซี เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการวางแผนการเงินในยุคที่ค่าครองชีพเปลี่ยนแปลง โดยระบุว่า อัตราเงินเฟ้อที่ประกาศในระดับประเทศเป็นเพียงค่าเฉลี่ยจากตะกร้าสินค้าและบริการภาพรวม ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงในระดับบุคคลอาจแตกต่างกันไปตามโครงสร้างรายจ่ายและรูปแบบการใช้ชีวิตของแต่ละคน จึงมีความจำเป็นที่ผู้บริโภคควรสำรวจเงินเฟ้อของตัวเองก่อนเริ่มวางแผนทางการเงิน

ข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ ณ วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ระบุว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนมิถุนายน 2569 อยู่ที่ 2.42% และประมาณการทั้งปี 2569 อยู่ที่ 1.5% ถึง 2.5% ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าและบริการในภาพรวม ทว่าในชีวิตจริง โครงสร้างรายจ่ายของแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน เช่น มนุษย์เงินเดือนที่ต้องเดินทางทุกวันอาจได้รับผลกระทบจากค่าน้ำมันและค่าเดินทางมากกว่าผู้ที่ทำงานที่บ้าน ขณะที่ครอบครัวที่มีเด็กหรือผู้สูงอายุอาจมีภาระค่าอาหารและค่ารักษาพยาบาลสูงกว่าคนโสด สิ่งที่แต่ละคนเผชิญจริงจึงเรียกว่าเงินเฟ้อของตัวเอง

ทาง KTC ได้ให้คำแนะนำถึง 4 เรื่องสำคัญที่ควรสำรวจเพื่อรับมือกับภาวะดังกล่าว ประกอบด้วย การประเมินสัดส่วนรายจ่ายจำเป็น เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง และค่าที่อยู่อาศัย ว่าคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของรายได้ทั้งหมด ถัดมาคือการตรวจสอบความยืดหยุ่นของรายจ่าย โดยแยกรายจ่ายจำเป็นออกจากรายจ่ายที่สามารถเลื่อนหรือลดได้ เพื่อให้เห็นพื้นที่ในการปรับงบประมาณทางการเงินได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ควรสำรวจความพร้อมของเงินสำรองเพื่อเป็นกันชนเมื่อค่าครองชีพทยอยเพิ่มขึ้น โดยประเมินว่าหากรายจ่ายจำเป็นเพิ่มขึ้น 10% ถึง 15% ต่อเนื่องกัน 3 ถึง 6 เดือน จะยังคงมีสภาพคล่องเพียงพอหรือไม่ รวมถึงการตรวจสอบหมวดรายจ่ายที่อ่อนไหวต่อราคา เช่น พลังงาน อาหารสด และค่าสาธารณูปโภค ซึ่งหากรายจ่ายส่วนใหญ่ผูกอยู่กับหมวดเหล่านี้ ก็ควรติดตามสถานการณ์ราคาเป็นพิเศษและวางแผนใช้จ่ายอย่างรอบคอบ

Advertisement

การบริหารจัดการเงินเฟ้อของตัวเองไม่ได้หมายถึงการลดค่าใช้จ่ายทุกอย่างพร้อมกัน แต่คือการเลือกจัดการรายจ่ายให้เหมาะกับชีวิตจริง เริ่มจากการบันทึกรายจ่าย แยกประเภทค่าใช้จ่าย และเลือกใช้สิทธิประโยชน์ทางการเงินให้เหมาะกับรายจ่ายจำเป็นโดยไม่เพิ่มภาระเกินกำลัง สำหรับค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ควรมีการวางแผนล่วงหน้าและรักษาสภาพคล่องให้เพียงพอ หากจำเป็นต้องกระจายภาระการชำระเงิน ควรพิจารณาจากความสามารถในการจ่ายจริงเพื่อไม่ให้กระทบความมั่นคงทางการเงินในอนาคต