ข่าว
ผลสำรวจพบแรงงานต่างชาติอยากทำงานในญี่ปุ่นระยะยาวลดฮวบ เซ่นพิษเงินเยนอ่อนค่าและค่าครองชีพพุ่ง
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ผลสำรวจทัศนคติการจ้างงานของชาวต่างชาติในประเทศญี่ปุ่นประจำปี 2026 โดย มายนาวิ โกลบอล (Mynavi Global) บริษัทจัดหางานในโตเกียว เผยแพร่เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา ระบุว่า ความต้องการทำงานระยะยาวในญี่ปุ่นของแรงงานต่างชาติลดลงอย่างมาก โดยมีผู้ต้องการทำงานเป็นเวลา 5 ปีขึ้นไปเพียงร้อยละ 63.3 ลดลงจากปีก่อนหน้าถึงร้อยละ 18.4 เนื่องจากปัญหาเงินเยนอ่อนค่าอย่างรุนแรงและค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น
รายงานข่าวระบุรายละเอียดของผลสำรวจเกี่ยวกับระยะเวลาที่ชาวต่างชาติต้องการทำงานในญี่ปุ่น พบว่า กลุ่มที่ต้องการอยู่นานกว่า 5 ปี คิดเป็นร้อยละ 61.6 (ลดลงร้อยละ 14.7) กลุ่มที่ต้องการอยู่ 2-5 ปี คิดเป็นร้อยละ 34.2 (เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.7) และกลุ่มที่ต้องการเดินทางกลับประเทศภายใน 1 ปี คิดเป็นร้อยละ 12.7 (เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.2) สะท้อนให้เห็นว่าแรงงานต่างชาติไม่ได้ต้องการออกจากญี่ปุ่นในทันที แต่สัดส่วนของผู้ที่วางแผนจะอยู่ระยะยาวนั้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อความต้องการดังกล่าวมาจากมูลค่าเงินเยนที่ลดลง แม้จะส่งผลดีต่อภาคการท่องเที่ยวของ ประเทศญี่ปุ่น แต่สำหรับแรงงานต่างชาติที่รับเงินเดือนเป็นสกุลเงินเยนกลับต้องเผชิญกับราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและค่าครองชีพที่สูงขึ้น ในขณะที่อัตราเงินเดือนในระบบเศรษฐกิจญี่ปุ่นไม่ได้ปรับตัวสูงขึ้นในอัตราที่เท่าทันกับราคาผู้บริโภค นอกจากนี้ เงินเยนที่อ่อนค่ายังทำให้มูลค่าเงินออมของแรงงานลดลงเมื่อต้องโอนกลับไปยังประเทศบ้านเกิด ส่งผลให้แรงงานบางส่วนเริ่มมองหาโอกาสในประเทศอื่นที่ใช้สกุลเงินที่แข็งแกร่งกว่า
อย่างไรก็ตาม การสำรวจของ Mynavi Global ครั้งนี้รวบรวมข้อมูลจากผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 1,732 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ใช้งานของบริษัท โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นในเครือ และกลุ่มชุมชนออนไลน์ของชาวต่างชาติที่กำลังหางาน ทำให้กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 41.1 ยังคงเป็นนักศึกษา และอีกร้อยละ 41.1 เป็นแรงงานภายใต้โครงการแรงงานทักษะเฉพาะ (Specified Skill Worker) ในกลุ่มงานพยาบาล ทำความสะอาด การผลิต ก่อสร้าง บริการอาหาร และเกษตรกรรม ซึ่งเป็นกลุ่มอาชีพที่มักไม่ได้รับอัตราค่าจ้างที่สูงพอจะชดเชยกับผลกระทบจากอัตราเงินเฟ้อและการแปลงสกุลเงินได้ ส่งผลให้ภาพรวมข้อมูลอาจยังไม่ได้สะท้อนทัศนคติของกลุ่มแรงงานฝีมือระดับสูง (White-collar) ในภาคการเงิน การบริหาร หรือเทคโนโลยี ที่อาจมีความพึงพอใจที่จะพำนักระยะยาวมากกว่า
เมื่อจำแนกตามสัญชาติของผู้ตอบแบบสอบถามหลัก 5 อันดับแรก พบว่ามาจากเวียดนามร้อยละ 36.1 เมียนมาร้อยละ 22.2 เนปาลร้อยละ 13.5 อินโดนีเซียร้อยละ 11.5 และจีนร้อยละ 7.3 ทั้งนี้ ความต้องการอยู่ระยะยาวของแรงงานจากเวียดนามและอินโดนีเซียปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่แรงงานจากเมียนมา เนปาล และจีน กลับมีความต้องการทำงานในญี่ปุ่นระยะยาว 5 ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวทำการสำรวจในช่วงปลายเดือนมกราคมถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากช่วงเวลาดังกล่าว สถานการณ์เงินเยนอ่อนค่าและอัตราเงินเฟ้อยังคงไม่คลี่คลาย ประกอบกับมีข้อเสนอใหม่จากหน่วยงานภาครัฐที่อาจส่งผลให้ค่าครองชีพของชาวต่างชาติในญี่ปุ่นสูงขึ้น ผลสำรวจนี้จึงชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่ลดลงต่อสภาพเศรษฐกิจสำหรับการเริ่มต้นอาชีพด้วยฐานเงินเดือนสกุลเงินเยน ท่ามกลางทางเลือกอื่นในตลาดแรงงานโลก
