ธุรกิจ
ย้อนมองประวัติศาสตร์ ผ่านเพลง “ยิ้มเข้าไว้” วง CLASH ที่ผ่านไป 20 ปี ก็ยัง…
“น้ำมันก็แพงต้องเปลี่ยนเป็นแก๊สกันหมดเมือง…”
ประโยคเปิดหัวเพลงที่ฮิตติดหูในยุคสมัยหนึ่ง และประโยคนี้มาจากเพลง “ยิ้มเข้าไว้” ของวง CLASH ที่ปล่อยออกมาในช่วงปลายปี 2549 จากอัลบั้ม Crashing วางแผงเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549 แน่นอนว่า เพลงนี้เป็นหนึ่งในการ ใช้ฝีมือการเขียนเนื้อเพลงของ แบงค์ CLASH และผ่านมา 20 ปีแล้วกับเพลงๆนี้ แบงค์ CLASH ก็ยังโลดแล่นในวงการอยู่ โดยยังออกเพลงเดี่ยวในนาม BANK PREETI ปรีติ บารมีอนันต์ และยังมีวงเฉพาะกิจ อย่าง BLACK PIRANYA
หากเราเปิดฟังเพลงนี้ในวันนั้นตอนที่ยังเป็นเด็ก ไม่ประสีประสา เด็กที่ยังไม่เข้าใจโลก เด็กที่ยังหาเงินเองไม่เป็น เราก็คงแค่ร้องตามจังหวะสนุก หัวโยกตามบีทไปโดยไม่ได้คิดอะไรมาก
แต่ในทางจิตวิทยามีทฤษฎีหนึ่งที่เรียกว่า Schema Theory หรือ “ทฤษฎีโครงสร้างความรู้” ซึ่งอธิบายว่าสมองของมนุษย์เรามี “แฟ้มประสบการณ์” ที่ใช้ตีความโลกใบนี้ ในวัยเด็ก แฟ้มประสบการณ์เรื่องเศรษฐกิจและค่าครองชีพของเราอาจจะยังว่างเปล่า เราจึงไม่ซึมซับความหมายเบื้องหลังเนื้อเพลง
และ เมื่อเวลาทำหน้าที่ของมัน พาเราเดินทางมาถึงปี 2569 วันที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับภาวะราคาน้ำมันแพงกระเป๋าฉีก – สำนวนวันนี้คงต้องใช้แบบว่า ‘รวยไม่ไหวแล้ว’ ในเชิงประชดประชัน (เบนซินทะลุ 52 บาท และดีเซลเคยทะยานไปถึง 50 บาทต่อลิตร) ประสบการณ์ที่เราต้องควักกระเป๋าจ่ายค่าน้ำมันจริงๆ ได้ไปทำการ “ปรับโครงสร้าง” แฟ้มข้อมูลในสมองของเราซะใหม่ เมื่อกลับมาฟังเพลงนี้อีกครั้งในรอบ 20 ปี
เรา ‘คงจะ’ เข้าใจความตลกร้ายและซาบซึ้งถึงแก่นแท้ของความหมายในเนื้อเพลงอย่างลึกซึ้งทะลุอารมณ์

ย้อนรอยปี 2549: วิกฤตพลังงานที่เปลี่ยนหลังคารถเป็นถังแก๊ส
หากย้อนเข็มนาฬิกาดิจิทัลกลับไปมองปรากฏการณ์ก่อนและหลังเพลงนี้ออกวางแผง (ช่วงปี 2547-2549) คำร้องที่ว่า “เปลี่ยนเป็นแก๊สกันหมดเมือง” ไม่ใช่เรื่องเกินจริง
ในเวลานั้นไทยเจอกับวิกฤตราคาน้ำมันดิบโลกที่พุ่งสูง กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงแบกภาระหนี้อานิสงส์การตรึงราคากว่า 9 หมื่นล้านบาท รัฐบาลของ “พรี่โทนี่” ทักษิณ ชินวัตร ในขณะนั้นจึงต้องประกาศลอยตัวราคาน้ำมัน ส่งผลให้เบนซินพุ่งทะลุ 20 บาทต่อลิตร ซึ่งสร้างความ “ช็อก” ให้กับผู้คนในยุคที่เคยชินกับน้ำมันลิตรละ 10 กว่าบาท

ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังคงนโยบายอุดหนุนราคาก๊าซหุงต้ม (LPG) สำหรับภาคครัวเรือน ทำให้เกิดช่องว่างของราคาที่แตกต่างกันอย่างมหาศาล ความพยายามในการเอาตัวรอดของประชาชนจึงก่อให้เกิดปรากฏการณ์ “อู่ติดแก๊ส” ผุดขึ้นราวกับดอกเห็ด
คนไทยยอมเสี่ยงดัดแปลงเครื่องยนต์เพื่อแลกกับการประหยัดค่าน้ำมันได้ถึง 50-60% รถยนต์บนท้องถนนแทบทุกคันต้องมีถังแคปซูลหรือถังโดนัทซ่อนอยู่ท้ายกระโปรง เป็นการปรับตัวครั้งมโหฬารของภาคประชาชนในยุคนั้น
ปี 2569: คนโอดครวญร้องขอชีวิตกันอีกครั้ง
ปัจจุบันในปี 2569 เรากำลังเผชิญกับวงวนความรู้สึกที่ซ้ำรอยเดิม วิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ สงคราม และปัญหาเศรษฐกิจ ดันราคาน้ำมันให้พุ่งสูงจนสร้างความลำบากให้กับคนทุกตารางนิ้วของประเทศไทย ไม่เว้นแม้กระทั่งในทำเนียบรัฐบาล “เรื่องเงินคนรวยยังซวยไปจนแม่ค้าส้มตำ” อย่างที่เนื้อเพลง “ยิ้มเข้าไว้” ในวรรคต่อไป ได้กล่าวไว้ยังคงใช้ได้จริง
สิ่งที่แตกต่างออกไปคือ “วิธีการเอาตัวรอด” ของพวกเรา ในขณะที่ปี 2549 คนไทยหันไปพึ่งพาถังแก๊ส LPG และ NGV แต่ในปี 2569 ด้วยเทคโนโลยีที่เปลี่ยนผ่าน เราจึงเห็นปรากฏการณ์คนไทยหันมาให้ความสนใจและตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้า (EV) กันอย่างล้นหลามแทน แม้จะเผชิญน้ำมันแพงเหมือนกัน แต่ทางออกในวันนี้ดูจะมีล้ำสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าเดิม เป็นพัฒนาการของการแก้ปัญหาที่เปลี่ยนจากการดัดแปลงของเก่า มาสู่การเปิดรับนวัตกรรมใหม่

ยิ้มเข้าไว้ ยิ้มเข้าไว้
ไม่ว่าจะเป็นยุคต่อคิวเติมแก๊ส หรือยุคแย่งกันจองตู้ชาร์จไฟ วิกฤตพลังงานก็มักจะดึงเอาสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของมนุษย์ออกมาให้เห็นเสมอ แม้ว่าราคาพลังงานที่สูงลิ่วจะชวนให้เราปวดหัวจนอยากจะร้องว่า “นักเรียนตีกันไม่พอยังถูกแฟนทิ้งประสาทเสีย… โอ๊ะโอว ชีวิตช่างวุ่นวาย” สักแค่ไหน แต่ท้ายที่สุดแล้ว เราก็คงต้องก้มหน้าก้มตาปรับตัวกันต่อไป
เพียงแต่ตอนนี้ สิ่งเดียวที่ยังคงฟรี ไม่ต้องดัดแปลงเครื่องยนต์ ไม่ต้องรอคิวชาร์จแบตฯ และไม่ต้องพึ่งพากองทุนน้ำมันมาอุดหนุน ก็คงจะมีแค่ “รอยยิ้ม” ของพวกเรานี่แหละ
เพราะ (โอ้ะโอ) … ชีวิตช่างวุ่นวาย
เรื่องโดย วิเวียน
ย้อนอ่านเรื่องราวโดย วิเวียน
- รีวิว : คอนเสิร์ต พี่น้องส้นตีน ที่เพลงเพราะ บาดลึกถึงอารมณ์ และ ทำถึง!
- จังหวะชีวิตบนการวิ่ง : เมื่อ ‘เอิ๊ต ภัทรวี’ และ ‘บีน นภสร’ พบความหมายที่มากกว่าเสียงเพลง
- รู้จัก Heatsink หัว ระบายความร้อน HEADBAND Omius สำหรับนักวิ่งมาราธอน ในโอลิมปิก 2024
- มีม “เท่ง เถิดเทิง” ยิงปืนโอลิมปิก 2024 ดังไกลไปทั่วโลก หลังชาวเน็ตตัดต่อจาก “ชิงร้อยชิงล้าน”
