ข่าว
กทม. ร่วมตำรวจปูพรมตรวจสถานประกอบการกว่า 1,000 แห่งทั่วกรุง บังคับปรับปรุงความปลอดภัยใน 1 เดือน พร้อมเปิดรับแจ้งเหตุผ่าน Traffy Fondue
สำนักข่าวบริคอินโฟ – กรุงเทพมหานคร ร่วมมือกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยกระดับมาตรการดูแลความปลอดภัยสถานประกอบการและสถานบริการทั่วกรุง เตรียมส่งเจ้าหน้าที่ปูพรมตรวจเข้มร้านเป้าหมายกว่า 1,000 แห่ง ให้ปรับปรุงแก้ไขจุดบกพร่องภายในเวลา 1 เดือน พร้อมเปิดช่องทางให้ประชาชนร่วมแจ้งเบาะแสจุดเสี่ยงที่ไม่ปลอดภัยผ่านแพลตฟอร์ม Traffy Fondue โดยรับประกันการปกปิดข้อมูลส่วนตัวผู้แจ้งเพื่อความปลอดภัย
การประชุมร่วมกัน ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) นำโดย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (BMA) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง ฝ่ายตำรวจนำโดย พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เพื่อวางกรอบแนวทางป้องกันเหตุอัคคีภัยและภัยพิบัติต่างๆ ในสถานบริการและสถานประกอบการที่คล้ายสถานบริการในระยะยาว
พล.ต.อ.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า ปัญหาเพลิงไหม้ในสถานประกอบการที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเกิดจากการบังคับใช้กฎหมายที่ยังไม่เข้มงวดพอ ประกอบกับข้อกฎหมายที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ทั้ง พ.ร.บ. สถานบริการ พ.ศ. 2509 พระราชกฤษฎีกาการจัดโซนนิ่ง พ.ร.บ. การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และ พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 อาจไม่สอดคล้องกับสภาพสังคมปัจจุบัน ซึ่งทางรัฐบาลมีแนวคิดที่จะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมหารือเพื่อดำเนินการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายทั้ง 4 ฉบับนี้ให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น
สำหรับแผนการดำเนินงานระยะสั้น กรุงเทพมหานคร จะบูรณาการร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยให้สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต ประสานงานกับสถานีตำรวจนครบาล (สน.) ทั้ง 88 แห่ง ปูพรมตรวจสถานประกอบการเป้าหมายกว่า 1,000 แห่งให้เสร็จสิ้นภายใน 1 เดือน การลงพื้นที่ครั้งนี้มุ่งเน้นการให้คำแนะนำและสร้างความเข้าใจแก่ผู้ประกอบการเพื่อปรับปรุงโครงสร้างและความปลอดภัยให้เป็นไปตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม หากตรวจพบจุดบกพร่องร้ายแรงที่มีความเสี่ยงสูงต่อสาธารณะ Bangkok Metropolitan Administration จะใช้อำนาจสั่งปิดปรับปรุงทันที
เกณฑ์การตรวจสอบความปลอดภัยจะเน้นย้ำเรื่องระบบป้องกันอัคคีภัยเป็นหลัก ประกอบด้วย ทางหนีไฟและประตูทางออกฉุกเฉินต้องไม่มีสิ่งกีดขวาง มีป้ายบอกทางชัดเจน ระบบเตือนภัยและสัญญาณกริ่งต้องใช้งานได้จริง มีการติดตั้งถังดับเพลิงและระบบสปริงเกอร์ในจุดที่เหมาะสม แผงควบคุมระบบไฟฟ้าต้องได้มาตรฐานพร้อมระบบตัดไฟอัตโนมัติ มีการตรวจสอบโครงสร้างที่มีการต่อเติมหรือตกแต่งให้ถูกต้องตามกฎหมายควบคุมอาคาร รวมถึงกำหนดให้สถานประกอบการต้องจัดซ้อมแผนเผชิญเหตุอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
นอกจากนี้ กทม. ยังสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังความปลอดภัย หากพบเห็นสถานบริการหรือสถานประกอบการใดที่มีสภาพไม่ปลอดภัย สามารถแจ้งเบาะแสผ่านระบบ แทรฟฟี่ฟองดูว์ ได้ทันที โดยระบบจะจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบ Open Data ที่ทำการปกปิดชื่อและข้อมูลส่วนบุคคลของผู้แจ้งอย่างเข้มงวด เพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยให้แก่ผู้ที่ให้ความร่วมมือในการแจ้งข้อมูล
