ข่าวบันเทิง
ทำไมจึงเกิดเทรนด์ #แบนหงสาวดี หลังโซเชียลติดแฮชแท็กถามหาเครดิตให้นักวาดการ์ตูน ด้าน ONE31 ออกแถลงการณ์โต้
สำนักข่าวบริคอินโฟ – กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์จนเกิดแฮชแท็ก #แบนหงสาวดี หลังมีการส่งต่อข้อมูลตั้งข้อสังเกตถึงการนำโครงเรื่องและรายละเอียดจากการ์ตูนชื่อดังเรื่อง “อโยธยาเอยาวดี” มาใช้ในซีรีส์เรื่อง หงสาวดี ของช่องวัน 31 (One 31) โดยไม่มีการให้เครดิตแก่นักเขียน แม้ทางต้นสังกัดจะออกชี้แจงว่ามีการพูดคุยเจรจากันจริงแต่ไม่ได้เป็นการดัดแปลงผลงาน ทว่ารายละเอียดปลีกย่อยที่ปรากฏในซีรีส์กลับมีความคล้ายคลึงกับลักษณะเฉพาะบางอย่างในการ์ตูนจนนำไปสู่การตั้งคำถามเรื่องลิขสิทธิ์งานสร้างสรรค์
ชนวนเหตุเริ่มจากผู้ใช้งานในแพลตฟอร์ม X ออกมาเปิดเผยกระบวนการทำงานระหว่างผู้เขียนบทซีรีส์กับนักวาดการ์ตูนนามปากกา Amulin เจ้าของผลงาน “อโยธยาเอยาวดี” ที่มียอดอ่านกว่า 11 ล้านครั้ง โดยระบุว่าเดิมทีมีการติดต่อเพื่อขอซื้อลิขสิทธิ์ไปพัฒนาเป็นสื่อรูปแบบอื่น แต่ต่อมาฝ่ายผู้เขียนบทได้ขอยกเลิกการเจรจา โดยอ้างเหตุผลเกี่ยวกับเนื้อหาแนวแฟนอาร์ตและแฟนฟิกชันที่ล่อแหลม พร้อมยื่นข้อเสนอให้นักวาดรับเงินค่าตอบแทนภายใต้เงื่อนไขว่าจะไม่มีการกล่าวถึงชื่อนักวาดและชื่อการ์ตูน ซึ่งทางนักวาดตัดสินใจปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าวและยุติการร่วมงานทุกขั้นตอน
ประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักคือกรณีเอกสารการชดเชยค่าเดินทางซึ่งภายหลังพบว่าระบุเป็นค่าที่ปรึกษา ซึ่งมีวัตถุประสงค์ทางกฎหมายที่ต่างกัน รวมถึงการตั้งข้อสังเกตว่าหากไม่ได้ใช้เนื้อเรื่องจากการ์ตูน เหตุใดจึงต้องมีความพยายามขอซื้อลิขสิทธิ์ตั้งแต่ต้น ขณะที่เนื้อหาในซีรีส์หงสาวดีมีการนำเสนอความสัมพันธ์ของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และ สมเด็จพระมหาอุปราชา มังจีชวา ในรูปแบบที่มีกลิ่นอายความหลากหลายทางเพศและมิตรภาพลูกผู้ชาย ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางที่การ์ตูนอโยธยาเอยาวดีนำเสนอไว้ก่อนหน้าแล้ว
แม้จะมีการโต้แย้งว่าพล็อตเรื่องความสัมพันธ์พี่น้องในประวัติศาสตร์เป็นข้อมูลสาธารณะที่ใครก็สามารถนำมาตีความได้ตามที่ปรากฏในเอกสารประวัติศาสตร์ แต่ผู้ชมกลับพบรายละเอียดปลีกย่อยที่เป็นความคิดสร้างสรรค์เฉพาะตัวของนักวาด เช่น กลิ่นน้ำปรุงของเจ้าพี่มังจีชวา ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ในการ์ตูนและไปปรากฏอยู่ในซีรีส์เช่นกัน ทั้งนี้ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 6 แม้การคุ้มครองจะไม่ครอบคลุมถึงแนวคิดหรือหลักการ แต่หากมีการดัดแปลงงานสร้างสรรค์โดยไม่ได้รับอนุญาตอาจเข้าข่ายการละเมิดลิขสิทธิ์ได้
อย่างไรก็ตามเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา (14 เม.ย. 69 เวลา 00.32 น.) ช่องวัน 31 (one31) ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีข้อสงสัยบนสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับซีรีส์เรื่อง ‘หงสาวดี’ ที่ถูกตั้งคำถามว่ามีการลอกเลียนแบบหรือดัดแปลงเนื้อหามาจากผลงานการ์ตูนเรื่อง ‘อโยธยาเยาวดี’ โดยยืนยันว่ากระบวนการสร้างสรรค์เริ่มต้นจากแนวคิดบทละครของผู้เขียนบท ‘แม่หยัว’ ที่ต้องการนำเสนอแง่มุมความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์ในรูปแบบ Human Drama พร้อมระบุว่าได้มีการพูดคุยกับเจ้าของผลงานการ์ตูนเพื่อหาข้อสรุปที่เป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ย้อนกลับไปถึงที่มาของโปรเจกต์ ทาง ช่องวัน 31 (one31) ระบุว่าหลังจากซีรีส์เรื่อง ‘แม่หยัว’ ออกอากาศไป ได้มีการหารือกับ คุณศิริลักษณ์ ศรีสุคนธ์ ผู้เขียนบทละคร เพื่อพัฒนาเนื้อหาในสมัยอยุธยาอย่างต่อเนื่อง โดยนำเสนอเรื่องราวของ พระนเรศวร กับ พระมหาอุปราชา ที่แม้ตามประวัติศาสตร์จะต้องทำยุทธหัตถีกัน แต่เมื่อพิจารณาจากการที่พระนเรศวรถูกนำไปเป็นตัวประกันที่เมืองหงสาวดีตั้งแต่ทรงพระเยาว์ จึงมีความเป็นไปได้ว่าทั้งสองพระองค์อาจมีความผูกพันกันมากกว่าแค่ความเป็นศัตรู ประกอบกับตำนานการสร้างสถูปให้แก่พระมหาอุปราชาซึ่งผิดวิสัยการปฏิบัติต่อศัตรูในยุคนั้น ทีมงานจึงเลือกตีความในมุมใหม่ว่าเป็นความสนิทสนมกันฉันพี่น้อง ซึ่งเป็นประเด็นที่ทางช่องเห็นชอบและอนุมัติให้ดำเนินการพัฒนาต่อ
ในระหว่างการค้นหาข้อมูลเพื่อความเหมาะสมและละเอียดอ่อนต่อความเชื่อทางประวัติศาสตร์ ทีมงานพบว่าการ์ตูนเรื่อง ‘อโยธยาเยาวดี’ มีเนื้อหาบางส่วนที่คล้ายคลึงกับข้อมูลทางประวัติศาสตร์ของ พระนเรศวร และ พระมหาอุปราชา ที่ทีมงานกำลังพัฒนาอยู่ ทาง ช่องวัน 31 (one31) จึงได้มอบหมายให้ผู้เขียนบทติดต่อผู้สร้างสรรค์การ์ตูนเพื่อแจ้งเจตจำนงในการพัฒนาโปรเจกต์ที่มีความคล้ายคลึงกันจากการอ้างอิงประวัติศาสตร์ช่วงเดียวกัน และแสดงความประสงค์ที่จะขอเจรจาซื้อลิขสิทธิ์จากผู้สร้างการ์ตูนเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต แม้เนื้อหาในซีรีส์จะไม่ได้ผลิตตามเส้นเรื่องของการ์ตูนโดยตรงก็ตาม ซึ่งในเบื้องต้นทางผู้สร้างการ์ตูนได้รับทราบและมีความยินดี
อย่างไรก็ตาม ผลจากการพูดคุยในเชิงลึกพบว่า รูปแบบการนำเสนอของทั้งสองผลงานมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยผลงานการ์ตูนเป็นการตีความในรูปแบบสมมติในโลกคู่ขนานและนำเสนอความสัมพันธ์ในลักษณะชายรักชาย (Y) ขณะที่ซีรีส์ ‘หงสาวดี’ ของทางช่องเป็นการอ้างอิงบุคคลจริงในประวัติศาสตร์และเน้นความละเอียดอ่อนในหลายมิติภายใต้ขอบเขตที่เหมาะสม เมื่อผู้สร้างสรรค์การ์ตูนรับทราบว่าทางช่องจะไม่ได้ใช้ชื่อและเนื้อเรื่องตามการ์ตูน จึงมีความเห็นพ้องต้องกันว่า “ไม่ต้องมีการซื้อขายลิขสิทธิ์” โดยทางช่องได้ดำเนินการชดเชยค่าเสียเวลาในการหารือเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งการพูดคุยเป็นไปด้วยความเข้าใจและจบลงด้วยดี
ทาง ช่องวัน 31 (one31) ยืนยันว่าบริษัทฯ ตระหนักและให้ความสำคัญต่อคุณค่าของงานสร้างสรรค์ ทรัพย์สินทางปัญญา และลิขสิทธิ์ของผู้ผลิตผลงานทุกท่าน โดยไม่มีเจตนาที่จะละเมิดหรือเอาเปรียบผู้สร้างสรรค์รายใด พร้อมย้ำจุดยืนในการยึดมั่นหลักการสร้างสรรค์งานอย่างมีความรับผิดชอบต่อทั้งประวัติศาสตร์ ผู้เกี่ยวข้อง และผู้ชม พร้อมขอบคุณทุกเสียงสะท้อนเพื่อนำไปพัฒนาผลงานให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

