Connect with us

การเมือง

นายกฯ เฝ้ารับเสด็จฯ เจ้าหญิงแอนน์ พระราชกุมารีแห่งสหราชอาณาจักร หารือกระชับความสัมพันธ์ด้านการศึกษาและสาธารณสุข

Published

on

นายกรัฐมนตรีเฝ้ารับเสด็จฯ เจ้าหญิงแอนน์ พระราชกุมารีแห่งสหราชอาณาจักร ในโอกาสเยือนไทย พร้อมหารือร่วมกันเพื่อกระชับความร่วมมือด้านการศึกษา STEM และความมั่นคงด้านสาธารณสุข

สำนักข่าวบริคอินโฟ – นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เฝ้ารับเสด็จฯ เจ้าหญิงแอนน์ พระราชกุมารีแห่งสหราชอาณาจักร (Her Royal Highness The Princess Royal) และพลเรือโท เซอร์ ทิโมที ลอเรนซ์ (Sir Timothy Laurence) ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 15–18 กรกฎาคม 2569 เพื่อหารือข้อคิดเห็นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างไทยและ สหราชอาณาจักร (United Kingdom) ในด้านการศึกษา บทบาทสตรี และความมั่นคงด้านสุขภาพ

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยรายละเอียดการหารือว่า ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการพัฒนาเยาวชน การส่งเสริมการศึกษา และการมีส่วนร่วมของสตรีในสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ หรือ STEM โดยนายกรัฐมนตรีระบุว่า การเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศไทยในครั้งนี้มีความหมายต่อประชาชนชาวไทยอย่างยิ่ง ซึ่งได้เสด็จฯ ไปทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะหน้าพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และทรงวางพวงมาลาสักการะพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา รวมถึงมีกำหนดการเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ซึ่งสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์ของทั้งสองประเทศ

เจ้าหญิงแอนน์ พระราชกุมารีแห่งสหราชอาณาจักร มีพระดำรัสขอบคุณรัฐบาลไทยสำหรับการต้อนรับ พร้อมทรงรำลึกถึงความประทับใจจากการเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศไทยครั้งก่อน และทรงกล่าวถึงสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงอุทิศพระองค์เพื่อประเทศชาติอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังทรงแสดงความเสียพระทัยต่อเหตุเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย พร้อมทรงชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่กู้ภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยได้ทรงมอบสาส์นแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ดังกล่าวแก่นายกรัฐมนตรีด้วยพระองค์เอง

ในด้านการศึกษาและสตรี ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการเพิ่มบทบาทของสตรีในสาขา STEM โดยพระราชกุมารีแห่งสหราชอาณาจักรทรงเห็นว่า ความสำเร็จของการส่งเสริมสตรีเข้าสู่สาขาดังกล่าวต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งครอบครัวและครูผู้สอน ขณะที่นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงประสบการณ์ด้านวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมเน้นย้ำว่าการศึกษา การคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล และทักษะการวิเคราะห์ เป็นพื้นฐานสำคัญของการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาประเทศ

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับความสำคัญของการเสริมสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพ และการเตรียมความพร้อมรับมือโรคอุบัติใหม่และโรคระบาดในอนาคต โดยเห็นพ้องถึงความจำเป็นของการพัฒนาระบบสาธารณสุข การวิจัย และความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งประเทศไทยมีความโดดเด่นในภูมิภาคเอเชีย ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงศักยภาพของ UK ในด้านการแพทย์และวิทยาศาสตร์ พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าทั้งสองประเทศจะสามารถขยายความร่วมมือในด้านสาธารณสุขและความมั่นคงด้านสุขภาพ โดยเฉพาะระหว่างสถาบันการศึกษาทางการแพทย์ให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้นต่อไป

Continue Reading
Advertisement