ข่าว
อว. เปิดตัว ThaiWater โฉมใหม่ ยกระดับแพลตฟอร์มข้อมูลน้ำแห่งชาติ รับมือภัยพิบัติ 8 จังหวัดภาคเหนือ
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดงานแถลงข่าวเปิดตัว ThaiWater โฉมใหม่ เพื่อยระดับแพลตฟอร์มข้อมูลน้ำแห่งชาติ พร้อมเปิดตัวโครงการ ThaiWater Challenge สร้างเครือข่ายเยาวชน รู้น้ำ รู้อากาศ ทั่วไทย และมอบนโยบายให้ผู้ว่าราชการจังหวัด 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน รวมถึงเครือข่าย อว. ส่วนหน้าทั่วประเทศ นำข้อมูลไปใช้ติดตามสถานการณ์และเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติบนพื้นฐานของข้อมูลเดียวกัน
ศ.ดร.ยศชนัน เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน ภัยแล้ง และสภาพอากาศสุดขั้ว การลดความสูญเสียจากภัยพิบัติจึงต้องอาศัยข้อมูลที่ครบถ้วน การนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ และการสร้างบุคลากรให้เท่าทันสถานการณ์ควบคู่กัน การปรับปรุงแพลตฟอร์ม ไทยวอเตอร์ ในครั้งนี้เป็นการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลของประเทศ เพื่อให้ประชาชน เกษตรกร ภาคธุรกิจ และหน่วยงานภาครัฐ สามารถเข้าถึงข้อมูลชุดเดียวกันเพื่อวิเคราะห์ ประเมินความเสี่ยง และตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นโยบายที่มอบให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัด 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ได้แก่ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน เชียงราย น่าน พะเยา และแพร่ คือการบูรณาการการทำงานร่วมกับสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) และเครือข่ายกระทรวง อว. ส่วนหน้า โดยใช้ระบบข้อมูลน้ำดังกล่าวและเว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลน้ำระดับจังหวัดเป็นเครื่องมือหลักในการเฝ้าระวังและวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยง เพื่อให้ทุกหน่วยงานสามารถใช้ข้อมูลชุดเดียวกันในการตัดสินใจและลดความสูญเสียได้อย่างทันท่วงที
ด้าน ดร.รอยบุญ รัศมีเทศ ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ กล่าวว่า สสน. ได้พัฒนาคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีการเชื่อมโยงข้อมูลร่วมกับ 56 หน่วยงาน ภายใต้ 13 กระทรวง และ 1 องค์กรอิสระ สำหรับ ThaiWater เวอร์ชันใหม่นี้รองรับการใช้งานผ่านแผนที่ข้อมูลแบบโต้ตอบ (Interactive Map) ที่แสดงข้อมูลสำคัญได้ในหน้าเดียว ทั้งเรดาร์ฝน ปริมาณฝน ระดับน้ำ สถานการณ์เขื่อน พื้นที่เฝ้าระวัง และค่าฝุ่น PM2.5 พร้อมระบบแจ้งเตือนและข้อมูลคาดการณ์เฉพาะพื้นที่ นอกจากนี้ยังได้พัฒนาเว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลน้ำระดับจังหวัดครบทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศเพื่อรองรับบริบทของแต่ละพื้นที่
นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัวโครงการ ThaiWater Challenge ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง สสน. สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (UNGCNT) สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย (DCT) และกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เพื่อสร้างเครือข่ายนิสิตนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศให้มีทักษะในการใช้ข้อมูลน้ำและสภาพภูมิอากาศ โดยระยะแรกจะเปิดรับนิสิตนักศึกษาจาก 4 ภูมิภาค กิจกรรมอบรมออนไลน์จะจัดขึ้นในเดือนสิงหาคม 2569 เพื่อให้นำความรู้ไปประยุกต์ใช้กับสถานการณ์จริงและส่งผลงานเข้าประกวด
ภายหลังเสร็จสิ้นพิสูจน์เปิดตัวโครงการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. พร้อมด้วยผู้อำนวยการ สสน. และเครือข่าย อว. ส่วนหน้า ได้ร่วมประชุมขับเคลื่อนศูนย์บริหารจัดการสารสนเทศน้ำ จังหวัดอุดรธานีและจังหวัดสุโขทัย เพื่อเตรียมแผนดำเนินการรับมือพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย โดยสั่งการให้ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำสรุปการปฏิบัติงานร่วมในการรับมืออุทกภัยระดับความรุนแรงต่าง ๆ โดยอ้างอิงตามเกณฑ์ปริมาณน้ำที่สถานีเฝ้าระวังปริมาณน้ำท่าของจังหวัดต่อไป
