Connect with us

การเมือง

กมธ.การพัฒนาเศรษฐกิจ จัดงาน Growth Forum เสนอ 2 ยุทธศาสตร์เปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดและพัฒนาห่วงโซ่อุปทานเครื่องมือแพทย์

Published

on

กมธ.การพัฒนาเศรษฐกิจ เปิดรายงาน Growth Forum เสนอ 2 ยุทธศาสตร์เร่งอุดช่องว่างพลังงานสะอาด และพัฒนาห่วงโซ่อุปทานเครื่องมือแพทย์ ฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย

สำนักข่าวบริคอินโฟ – คณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร จัดงาน Growth Forum ในหัวข้อ “Renew-able Thailand: ฟื้นเศรษฐกิจไทย เปลี่ยนผ่านพลังงานใหม่ สร้างอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์” พร้อมเปิดตัวรายงานการศึกษา 2 ฉบับ เสนอแนวทางฟื้นฟูโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ โดยเน้นย้ำการจัดลำดับความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ท่ามกลางข้อจำกัดด้านงบประมาณและเวลา ผ่าน 2 แกนหลัก ได้แก่ การเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด และการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านสังคมสูงวัย ความเหลื่อมล้ำ ตลอดจนยกระดับอัตราการเติบโตและผลิตภาพ

นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ ระบุว่า การดำเนินนโยบายดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ภายใต้สภาวะปัจจุบัน ไม่ควรมุ่งเน้นเพียงมาตรการลด แลก แจก แถม อย่างไร้ทิศทาง แต่ต้องมุ่งเน้นไปยังจุดยุทธศาสตร์หลัก โดยเฉพาะการพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ที่ต้องขยายขอบเขตจากการเป็นศูนย์ดูแลสุขภาพ (Wellness Center) ในภาคบริการปลายน้ำ ไปสู่การเป็นเจ้าของเทคโนโลยีและการผลิต เพื่อลดภาระการนำเข้าเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ในระยะยาว

กมธ.การพัฒนาเศรษฐกิจ เปิดรายงาน Growth Forum เสนอ 2 ยุทธศาสตร์เร่งอุดช่องว่างพลังงานสะอาด และพัฒนาห่วงโซ่อุปทานเครื่องมือแพทย์ ฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย

สำหรับรายงานการศึกษาด้านพลังงานสะอาด ซึ่งจัดทำร่วมกับโครงการพลังงานสะอาด เข้าถึงได้ และมั่นคงสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ CASE (Clean, Affordable and Secure Energy for Southeast Asia) ภายใต้องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน หรือ GIZ (Deutsche Gesellschaft für Internationale Zusammenarbeit) จากการสำรวจข้อมูลภาคธุรกิจ 215 บริษัท พบว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาช่องว่างด้านอุปทานไฟฟ้าสะอาด โดยปัจจุบันไทยมีกำลังการผลิตไฟฟ้าสะอาดประมาณ 30 เทราวัตต์-ชั่วโมงต่อปี ขณะที่ความต้องการของภาคอุตสาหกรรมจะเพิ่มเป็น 90 เทราวัตต์-ชั่วโมงต่อปี ภายใน 4 ปีข้างหน้า และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวในอีก 10 ปีข้างหน้า ซึ่งหากภาครัฐไม่เร่งแก้ไข อาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจลงทุนและการย้ายฐานการผลิตของภาคธุรกิจ

นอกจากนี้ ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ ยังระบุเพิ่มเติมว่า นโยบายพลังงานจำเป็นต้องออกแบบให้สอดคล้องกับความต้องการเฉพาะของแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม เช่น ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ในกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ที่ต้องการช่องทางเข้าถึงพลังงานสะอาดที่ยืดหยุ่น แตกต่างจากกลุ่มปิโตรเคมีที่ต้องการไฟฟ้าสะอาดปริมาณมากและมีความเสถียรสูง พร้อมเสนอให้ภาครัฐปรับโครงสร้างเชิงระบบโดยมุ่งเน้นการเพิ่มสัดส่วนไฟฟ้าสะอาดในภาคอุตสาหกรรมเพื่อทดแทนพลังงานฟอสซิล ควบคู่กับการปรับปรุงกฎระเบียบ มากกว่าการจำกัดนโยบายอยู่เพียงการส่งเสริมสินเชื่อโซลาร์รูฟท็อปหรือยานยนต์ไฟฟ้า

Advertisement
Continue Reading
Advertisement