การเมือง
“รมว.สุชาติ” ร่วมตรวจตู้สินค้าต้องสงสัยลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ท่าเรือแหลมฉบัง เผยสถิติจับกุม 11 เดือน มูลค่ากว่า 234 ล้านบาท
สำนักข่าวบริคอินโฟ – กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับกรมศุลกากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมควบคุมมลพิษ และกรมโรงงานอุตสาหกรรม บูรณาการตรวจสอบตู้สินค้าต้องสงสัยที่มีการลักลอบนำเข้า ขยะอิเล็กทรอนิกส์ และของเสียอันตราย ณ สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง และท่าเทียบเรือฮัทชิสันแหลมฉบัง เทอร์มินัล (D1) จังหวัดชลบุรี โดยเปิดเผยผลการสกัดกั้นสินค้าผิดกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมรอบ 11 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 จับกุมได้ 187 คดี น้ำหนักรวม 9.67 ล้านกิโลกรัม มูลค่าของกลางกว่า 234.4 ล้านบาท
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในการตรวจสอบตู้สินค้าต้องสงสัยตามอนุสัญญาบาเซล ร่วมกับนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ และ พ.ต.ต. ณฐพล ดิษยธรรม ผู้อำนวยการกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยการตรวจยึดสินค้าด้านสิ่งแวดล้อมตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ถึงเดือนสิงหาคม 2569 ประกอบด้วย ขยะอิเล็กทรอนิกส์ 2.7 ล้านกิโลกรัม ของเสียอันตราย 6.6 ล้านกิโลกรัม และเศษพลาสติก 3 แสนกิโลกรัม เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน
การปฏิบัติการครั้งนี้เริ่มจากการที่กรมสอบสวนคดีพิเศษมีหนังสือประสานขออายัดตู้สินค้า 50 ตู้ เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 เพื่อตรวจสอบและขยายผล จากการตรวจสอบพบว่าเป็นตู้สินค้าที่ตรวจพบความผิดและจับกุมไว้แล้ว 19 ตู้ ไม่พบข้อมูลการนำเข้า 14 ตู้ และมีข้อมูลการนำเข้า 17 ตู้ ซึ่งในกลุ่มที่มีการนำเข้าพบว่า 1 ตู้ได้รับการตรวจปล่อยไปก่อนได้รับหนังสือแจ้งอายัด และอีก 6 ตู้มีสถานะรอผู้นำเข้าติดต่อเพื่อดำเนินการตรวจสอบตามกระบวนการทางกฎหมาย


ต่อมาเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ได้มีการตรวจสอบตู้สินค้า 10 ตู้ พบว่ามีสินค้าตรงตามสำแดง 4 ตู้ และพบความผิด 6 ตู้ เนื่องจากมีแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์หรือวัตถุที่อาจเข้าข่ายของเสียอันตรายปะปนอยู่ เจ้าหน้าที่จึงได้นำตู้สินค้าที่มีความผิด 6 ตู้ดังกล่าว พร้อมตู้สินค้าของบริษัทเดียวกันเพิ่มเติมอีก 3 ตู้ รวมเป็น 9 ตู้ มาเปิดตรวจร่วมกันอย่างละเอียด เพื่อสืบสวนหาผู้กระทำความผิดและดำเนินคดีตามกฎหมาย
นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร ระบุว่า กรมศุลกากรดำเนินการคัดกรองและตรวจสอบสินค้านำเข้าอย่างต่อเนื่อง พร้อมสนับสนุนข้อมูลเอกสารทางศุลกากรให้แก่กรมสอบสวนคดีพิเศษและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเชื่อมโยงพยานหลักฐานและขยายผลไปยังผู้กระทำผิด โดยเน้นย้ำว่าการสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าของเสียอันตรายและขยะอิเล็กทรอนิกส์จำเป็นต้องอาศัยการประสานข้อมูลและการบังคับใช้กฎหมายร่วมกัน เพื่อไม่ให้ประเทศไทยตกเป็นปลายทางของสิ่งปฏิกูลและของเสียจากต่างประเทศ
