การเมือง
ลุ่มแม่กลอง–เจ้าพระยาระดับน้ำเริ่มลด เฝ้าระวังเพชรบุรี ฉะเชิงเทรา และภาคใต้
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ระดับน้ำในลุ่มแม่น้ำแม่กลองและลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาเริ่มลดลงตามรายงานสถานการณ์น้ำเวลา 08.00 น. วันที่ 4 ตุลาคม 2569 แต่ยังต้องเฝ้าระวัง จังหวัดเพชรบุรี จากปริมาณน้ำในเขื่อนแก่งกระจานและแนวโน้มฝนเพิ่มขึ้นช่วงวันที่ 10 ตุลาคม รวมถึงพื้นที่ภาคใต้และจังหวัดฉะเชิงเทรา
นางสาวลลิดาเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวเมื่อเวลา 10.00 น. วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2569 ที่ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังการแถลงข่าวของศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์น้ำท่วม (JICC – Joint Information and Communication Center) หากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง จะมีการแจ้งข้อมูลให้ประชาชนทราบอย่างต่อเนื่องผ่านเพจไทยคู่ฟ้า
ในลุ่มเจ้าพระยา ปริมาณน้ำไหลผ่านจังหวัดนครสวรรค์อยู่ที่ประมาณ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วนเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำประมาณ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ประชาชนริมแม่น้ำและในพื้นที่ลุ่มต่ำควรติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในจังหวัดอุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพมหานคร และสมุทรปราการ ซึ่งบางพื้นที่ยังมีน้ำท่วมขัง
สำหรับลุ่มแม่น้ำแม่กลอง พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ อำเภอบางคนทีและอำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เนื่องจากมีน้ำท่วมขังที่อยู่ระหว่างระบายลงสู่แม่น้ำแม่กลอง ส่วนจังหวัดเพชรบุรียังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด จังหวัดฉะเชิงเทรายังมีน้ำท่วมขังบนถนนหลายจุด ประชาชนจึงควรเพิ่มความระมัดระวังและตรวจสอบเส้นทางจากกรมทางหลวงก่อนออกเดินทาง
ในกรุงเทพมหานคร ยังมีน้ำท่วมขังบนถนนเจ้าคุณทหาร ถนนฉลองกรุง ถนนหลวงแพ่งบริเวณหน้าโลตัส ลาดกระบัง และถนนลาดกระบังตลอดทั้งสาย โดยขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงถนนเหล่านี้และใช้เส้นทางอื่น
กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่า วันที่ 4 ตุลาคม จะมีฝนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วันที่ 5 ตุลาคม จะมีฝนในภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงภาคใต้ตอนบน ขณะที่ฝนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะลดลง ส่วนวันที่ 6 ตุลาคม คาดว่าฝนจะเพิ่มขึ้นในภาคใต้ ภาคตะวันตก และภาคตะวันออก โดยภาคใต้ต้องเฝ้าระวังฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก สำหรับวันที่ 10–11 ตุลาคม คาดว่าจะมีฝนในภาคกลางตอนล่าง โดยเฉพาะจังหวัดเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์
“รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่เสี่ยง เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน” นางสาวลลิดากล่าว
