Connect with us

การเมือง

นายกฯ ลงพื้นที่ปราจีนบุรี ตรวจ รพ.สนาม-ศูนย์พักพิงน้ำท่วม ยอดกระทบกว่า 5.5 หมื่นครัวเรือน

Published

on

นายกฯ อนุทิน ลงพื้นที่ตรวจโรงพยาบาลสนามและศูนย์พักพิงน้ำท่วมปราจีนบุรี เผยกระทบ 7 อำเภอ กว่า 5.5 หมื่นครัวเรือน ด้าน ปภ. และอุตุฯ เตือนรับมือฝนตกหนักต่อเนื่อง

สำนักข่าวบริคอินโฟ – นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อตรวจติดตามการดำเนินงานของ โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ โรงพยาบาลสนาม และศูนย์พักพิงชั่วคราว พร้อมตรวจสอบความพร้อมด้านการแพทย์และมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย หลังพื้นที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักรวม 7 อำเภอ

สถานการณ์ น้ำท่วมปราจีนบุรี ล่าสุดครอบคลุมพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอกบินทร์บุรี บ้านสร้าง ประจันตคาม นาดี เมืองปราจีนบุรี ศรีมหาโพธิ และศรีมโหสถ รวม 65 ตำบล 691 หมู่บ้าน 37 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 55,286 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 9 ราย โดยเฉพาะในเขตอำเภอเมืองปราจีนบุรี มีผู้เสียชีวิต 2 ราย จากสาเหตุไฟฟ้าช็อตและจมน้ำ ขณะนี้ระดับน้ำเริ่มลดลง

ทั้งนี้ ภาพรวมความเสียหายจากอุทกภัยทั่วประเทศ ส่งผลกระทบรวม 27 จังหวัด 154 อำเภอ และกรุงเทพมหานคร รวม 1,171,165 ครัวเรือน

นายกฯ อนุทิน ลงพื้นที่ตรวจโรงพยาบาลสนามและศูนย์พักพิงน้ำท่วมปราจีนบุรี เผยกระทบ 7 อำเภอ กว่า 5.5 หมื่นครัวเรือน ด้าน ปภ. และอุตุฯ เตือนรับมือฝนตกหนักต่อเนื่อง

ด้านการบริหารจัดการระบบสาธารณสุข โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ยังคงมีระดับน้ำท่วมขัง 30-40 เซนติเมตร โดยได้ส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ และเปิดโรงพยาบาลสนามรองรับ 3 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ โรงเรียนมารีย์วิทยากบินทร์บุรี และโรงเรียนสุวรรณวิทยา

นอกจากนี้ มีการจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวทั่วจังหวัด 111 แห่ง มีประชาชนเข้าพัก 12,303 คน โดยศูนย์พักพิง อบจ.ปราจีนบุรี ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดปราจีนบุรี และศูนย์พักพิง ร.2 รอ. ได้จัดเตรียมระบบการแพทย์ อาหาร น้ำดื่ม ตลอดจนบริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่และการลาดตระเวนช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

Advertisement
นายกฯ อนุทิน ประชุม บกปภ.ช. สั่งการ 4 มาตรการรับมือน้ำท่วม เร่งจ่ายเงินเยียวยา 9,000 บาท พร้อมแนะผู้ว่าฯ 14 จังหวัดภาคใต้ ประกาศเขตสาธารณภัยล่วงหน้าได้ทันที

ขณะเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่าระหว่างวันที่ 4-7 ตุลาคม 2569 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากและลมกระโชกแรง โดยเฉพาะวันที่ 5-6 ตุลาคม จะส่งผลกระทบต่อภาคเหนือ ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน จากนั้นช่วงวันที่ 8-13 ตุลาคม จะมีแนวโน้มฝนตกเพิ่มขึ้น จึงแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ลาดเชิงเขา ที่ลุ่มต่ำ และริมแม่น้ำเจ้าพระยา เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำล้นตลิ่ง

โดย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมสายด่วนนิรภัย 1784 และชุดเคลื่อนที่เร็วเพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง

Continue Reading
Advertisement