การเมือง
นายกฯ สั่งการ 4 มาตรการรับมืออุทกภัย จี้ผู้ว่าฯ 14 จังหวัดภาคใต้ ประกาศเขตสาธารณภัยล่วงหน้าได้ทันที
สำนักข่าวบริคอินโฟ – นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ณ ศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับคณะรัฐมนตรีและผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย พร้อมออก 4 ข้อสั่งการเร่งด่วน โดยกำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดภาคใต้ 14 จังหวัด สามารถใช้อำนาจประกาศเขตสาธารณภัยล่วงหน้าได้ทันทีหากคาดการณ์ว่าจะเกิดภัยพิบัติ เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องรอให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงก่อน

สำหรับข้อสั่งการเร่งด่วน 4 ประการ ประกอบด้วย
- การเร่งสำรวจความเสียหายและจ่าย เงินเยียวยา 9,000 บาท แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาก สถานการณ์น้ำท่วม นับตั้งแต่วันที่ 25-26 กันยายน 2569 เป็นต้นมาอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้
- การเร่งฟื้นฟูพื้นที่น้ำลดผ่านการระบายน้ำ จัดการขยะ และทำความสะอาดตามแผน Big Cleaning ป้องกันปัญหาด้านสาธารณสุข
- การเร่งฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานทั้งไฟฟ้า ประปา ถนน และระบบสัญญาณสื่อสารให้กลับสู่ภาวะปกติ
- การเตรียมความพร้อมรับมือฝนตกหนักในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ ทั้งการทบทวนแผนเผชิญเหตุ การจัดเตรียมอุปกรณ์กู้ภัย และการแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้า

นายอนุทิน เน้นย้ำเรื่องการใช้อำนาจตามกฎหมายของผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะผู้อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดว่า “ตอนนี้พยากรณ์อากาศได้ระบุชัดแล้วว่าจะเกิดอะไร โดยเมื่อประกาศแล้ว ถ้าไม่ต้องใช้งบประมาณก็ไม่ใช้ แต่ไม่ใช่การรอให้เกิดเหตุอย่างเต็มที่แล้วค่อยประกาศ ต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าทุกวิถีทางเพื่อให้เกิดการบริหารสถานการณ์ และลดความเสียหายของพื้นที่ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้” ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถจัดสรรงบประมาณและช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ทันท่วงที
นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้ ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ซักซ้อมแนวทางการจัดตั้ง ศูนย์พักพิง สำหรับ 14 จังหวัดภาคใต้ โดยใช้โมเดลศูนย์พักพิงมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ เป็นมาตรฐานต้นแบบ ซึ่งต้องมีระบบสาธารณูปโภค ยารักษาโรค สุขอนามัย การคัดแยกกลุ่มเปราะบางไปดูแลทางการแพทย์อย่างใกล้ชิด รวมถึงการจัดสรรพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยง
ขณะเดียวกันได้มอบหมายกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทย ประสานงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เพื่อเร่งรัดการสำรวจความเสียหายและเบิกจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยแห่งชาติให้แก่ผู้ประสบภัยโดยเร็ว
