ข่าว
เตือนภัยบัญชีม้า ภัยเงียบเสี่ยงคุกและตัดสิทธิ์ธุรกรรมตลอดชีวิต
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ศูนย์ต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ (AOC 1441) สังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนเกี่ยวกับปัญหา บัญชีม้า ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงทางกฎหมายขั้นรุนแรง โดยทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ยกระดับมาตรการจัดการเป็นระดับรายบุคคล ส่งผลให้ผู้ที่ให้ผู้อื่นนำบัญชีไปใช้เสี่ยงถูกระงับการทำธุรกรรมทางการเงินทุกบัญชี และถูกดำเนินคดีอาญาตามกฎหมาย
พฤติการณ์ของมิจฉาชีพในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก คือ
- การจ้างวานเปิดบัญชีโดยเสนอค่าตอบแทน 500-2,000 บาท ผ่านการโฆษณารับสมัครงานออนไลน์หรือการชักชวนต่อกันในกลุ่มคนรู้จัก
- การลักลอบนำข้อมูลส่วนบุคคล เช่น เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก หมายเลขโทรศัพท์ ไปเปิดบัญชีออนไลน์โดยที่เจ้าของข้อมูลไม่ยินยอม กลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่เป็นนักเรียน นักศึกษา ผู้ว่างงาน และผู้สูงอายุ
ด้านมาตรการบังคับใช้ของ ธปท. ระบุว่า ผู้ที่มีชื่อเกี่ยวข้องกับบัญชีม้าจะถูกระงับการใช้งานบัญชีเงินฝาก บัตรเดบิต และบริการอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดทุกสถาบันการเงิน รวมถึงถูกตัดสิทธิ์การเปิดบัญชีใหม่ และอาจถูกดำเนินคดีแพ่งเพื่อชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้เสียหายควบคู่ไปด้วย ซึ่งส่งผลกระทบต่อประวัติทางการเงิน การกู้ยืม การสมัครงาน และการขอตรวจลงตราหนังสือเดินทางในระยะยาว
บทลงโทษตามพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ระบุว่า ผู้เปิดบัญชี บัตร หรือกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ให้ผู้อื่นใช้โดยรู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้กระทำความผิด มีโทษจำคุก 2-5 ปี หรือปรับ 200,000-500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนผู้เป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือชักชวน มีโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี หรือปรับสูงสุด 500,000 บาท ขณะที่ความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน มีโทษจำคุก 1-10 ปี หรือปรับ 20,000-200,000 บาท
สำหรับแนวทางปฏิบัติหากพบว่ามีการเปิดบัญชีให้ผู้อื่นไปแล้ว หรือสงสัยว่าข้อมูลส่วนบุคคลถูกนำไปใช้ ประชาชนต้องติดต่อสถาบันการเงินทันทีเพื่อระงับและปิดบัญชี จากนั้นให้รวบรวมพยานหลักฐานการติดต่อเข้าแจ้งความผ่านระบบออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ thaipoliceonline.go.th เพื่อเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายต่อไป
