ข่าว
6 องค์กรวิชาชีพสื่อออกแถลงการณ์ร่วม ยื่น 4 ข้อเสนอแก้กฎหมายไทยพีบีเอส ย้ำต้องคงหลักประกันความอิสระทางการเงิน
สำนักข่าวบริคอินโฟ – 6 องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน ร่วมออกแถลงการณ์แสดงจุดยืนและข้อเสนอต่อกรณีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ไทยพีบีเอส เพื่อเปลี่ยนแหล่งรายได้จากภาษีสุราและยาสูบมาเป็นงบประมาณรายจ่ายประจำปี โดยเน้นย้ำว่าการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการเงินต้องไม่กระทบต่อความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะ พร้อมเสนอให้ ไทยพีบีเอส (Thai PBS) เร่งทบทวนและปฏิรูปองค์กรเพื่อพิสูจน์คุณค่าความคุ้มค่าต่อประชาชน
ไทยพีบีเอสแถลงจุดยืนข้อเสนอปมเปลี่ยนแหล่งรายได้ ย้ำต้องมีหลักประกันความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะ
แถลงการณ์ร่วมดังกล่าวจัดทำโดย สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ, สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย, สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย, สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย, สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ และสหภาพแรงงานกลางสื่อมวลชนไทย โดยระบุว่าการแสดงจุดยืนครั้งนี้มิได้เป็นการสนับสนุนหรือคัดค้านฝ่ายการเมืองใด แต่เป็นการยึดหลักการสื่อสาธารณะที่ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบอำนาจรัฐและนำเสนอข้อมูลข่าวสารอย่างเป็นอิสระ ปราศจากการครอบงำของกลุ่มทุนและการเมือง




ทั้งนี้ กลุ่มองค์กรวิชาชีพสื่อได้ยื่นข้อเสนอสำคัญ 4 ประการ ประกอบด้วย:
- ยืนยันหลักการและความจำเป็นของสื่อสาธารณะในสังคมประชาธิปไตย การแก้ไขกฎหมายต้องไม่ทำให้หลักการพื้นฐานอ่อนแอลง และต้องรักษาสถานะของ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ Thai PBS ให้เป็นสื่อของประชาชน ไม่ใช่สื่อของรัฐบาลหรือเครื่องมือทางการเมือง สอดคล้องกับมาตรฐานสากลในหลายประเทศ
- กระบวนการทบทวนกฎหมายต้องเปิดกว้างและรอบด้าน การพิจารณาของรัฐสภาไม่ควรจำกัดเพียงประเด็นแหล่งเงินทุนหรือวิธีจัดสรรงบประมาณ แต่ต้องครอบคลุมบทบาท โครงสร้างการกำกับดูแล ประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และเปิดโอกาสให้นักวิชาการ ผู้ปฏิบัติงานวิชาชีพสื่อ ภาคประชาสังคม และประชาชนได้มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น
- ต้องมีหลักประกันความเป็นอิสระทั้งด้านกฎหมายและการเงิน หากจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนแหล่งรายได้ไปสู่ระบบงบประมาณประจำปี ต้องมีกลไกทางกฎหมายที่ชัดเจนเพื่อรับประกันว่าองค์กรจะได้รับจัดสรรงบประมาณอย่างเพียงพอ มั่นคง และต่อเนื่องในระยะยาว โดยไม่ถูกดุลพินิจทางการเมืองนำงบประมาณมาใช้เป็นเครื่องมือกดดันหรือแทรกแซงการทำหน้าที่ ขณะเดียวกันต้องมีกลไกตรวจสอบการใช้จ่ายที่โปร่งใส
- ไทยพีบีเอสต้องทบทวนบทบาทและปฏิรูปการดำเนินงาน เสนอให้คณะกรรมการนโยบายและฝ่ายบริหารของไทยพีบีเอสริเริ่มการปฏิรูปองค์กรอย่างจริงจัง ทั้งด้านนโยบาย การบริหาร การจัดสรรทรัพยากร และคุณภาพเนื้อหา เพื่อแสดงให้สังคมเห็นถึงความคุ้มค่าและความแตกต่างจากสื่อเชิงพาณิชย์และสื่อของรัฐ รวมถึงการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนร่วมกำหนดทิศทางและประเมินผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม
ในตอนท้าย แถลงการณ์ย้ำว่าการรักษาความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะมิใช่การปกป้ององค์กรจากการตรวจสอบ แต่เป็นการคุ้มครองสิทธิการรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง รอบด้าน และปราศจากการครอบงำ เพื่อประโยชน์ของประชาชนและสังคมโดยรวม
