Connect with us

การเมือง

ครม. เคาะขยายเวลาประกาศพื้นที่ความมั่นคง 19 อำเภอชายแดนใต้ต่ออีก 1 ปี ถึง 30 ก.ย. 2570

Published

on

รัฐบาลยกระดับมาตรการป้องกันนอมินีขยายการตรวจสอบครอบคลุมการเปลี่ยนผู้ถือหุ้นและกรรมการ มีผลบังคับใช้ 1 สิงหาคม 2569

สำนักข่าวบริคอินโฟ – ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติขยายระยะเวลาประกาศพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ตาม พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ในพื้นที่ 19 อำเภอชายแดนใต้ ครอบคลุม 4 จังหวัด ออกไปอีก 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2570 เพื่อรักษาความต่อเนื่องในการดูแลความปลอดภัยของประชาชน พร้อมเดินหน้าปรับลดการบังคับใช้กฎหมายพิเศษตามระดับสถานการณ์

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การขยายระยะเวลาครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 22 โดยยังคงพื้นที่เดิมทั้ง 19 อำเภอ หลังจากเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569 ได้มีการปรับลดอำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ออกจากพื้นที่ประกาศ สำหรับ 19 อำเภอที่ยังคงบังคับใช้ ประกอบด้วย

  • จังหวัดนราธิวาส 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอยี่งอ อำเภอแว้ง และอำเภอสุคิริน
  • จังหวัดปัตตานี 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอยะหริ่ง อำเภอปะนาเระ อำเภอมายอ อำเภอไม้แก่น อำเภอทุ่งยางแดง อำเภอกะพ้อ และอำเภอแม่ลาน
  • จังหวัดยะลา 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเบตง อำเภอยะหา อำเภอรามัน อำเภอกาบัง และอำเภอกรงปินัง
  • จังหวัดสงขลา 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอนาทวี อำเภอจะนะ อำเภอเทพา และอำเภอสะบ้าย้อย

จากการประเมินของ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน. (ISOC) ระบุว่า แม้การบูรณาการและการจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงจะทำให้การเคลื่อนไหวกระทำได้ยากขึ้น แต่ยังพบความพยายามก่อเหตุในบางจุดที่มีมาตรการป้องกันต่ำ จึงจำเป็นต้องคงกฎหมายความมั่นคงไว้ ขณะเดียวกันผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่พบว่า ร้อยละ 70.36 เห็นชอบให้คงการประกาศใช้ต่อไป

นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรียังเห็นชอบการใช้มาตรการตามมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 เปิดโอกาสให้ผู้กระทำผิดจากความหลงผิดหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ที่กลับใจเข้ามอบตัว สามารถเข้ารับการอบรมตามคำสั่งศาลแทนการดำเนินคดีทางอาญาตามกระบวนการปกติ

“รัฐบาลจะประเมินสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยยึดความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ ควบคู่กับการใช้มาตรการทางกฎหมายเท่าที่จำเป็นและเหมาะสมกับสถานการณ์ เป้าหมายคือการลดระดับมาตรการด้านความมั่นคงและคืนพื้นที่เข้าสู่กลไกปกติเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย พร้อมเดินหน้าสร้างสันติสุขและความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุ

Advertisement
Continue Reading
Advertisement