ข่าว
AOC เผย 5 กลโกงออนไลน์ยอดฮิต พร้อมวิธีสังเกต หลัง 4 เดือนแรกปี 69 คนไทยสูญเงินกว่า 6,000 ล้าน
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ หรือ AOC เปิดเผยสถิติสถานการณ์ภัยไซเบอร์ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 พบมีคดีออนไลน์เกิดขึ้นสะสมสูงถึง 106,381 คดี ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเสียหายรวมเป็นมูลค่ามากกว่า 6,000 ล้านบาท พร้อมระบุภัยออนไลน์ใกล้ตัวกว่าที่คิด เพียงแค่การกดลิงก์ผิด โอนเงินเร็ว หรือหลงเชื่อโฆษณาชวนเชื่อก็อาจตกเป็นเหยื่อได้ทันที จึงได้เปิดเผยข้อมูล 5 กลโกงออนไลน์ยอดฮิตเพื่อให้ประชาชนรู้เท่าทันพฤติกรรมของมิจฉาชีพ
จากการเก็บข้อมูลพบว่า กลโกงที่มิจฉาชีพนำมาหลอกลวงประชาชนและมีสถิติการแจ้งความร้องเรียนมากที่สุด 5 อันดับแรก ประกอบด้วย
- หลอกขายสินค้าและบริการ มีจำนวน 72,532 คดี (คิดเป็น 67.68%) ซึ่งยังคงเป็นภัยออนไลน์อันดับ 1 อย่างต่อเนื่องเกือบ 70% ของคดีทั้งหมด โดยมิจฉาชีพมักสร้างเพจปลอม ร้านค้าออนไลน์ปลอม หรือบัญชีอินสตาแกรม Instagram หรือ IG ปลอม หลอกขายสินค้าในราคาถูกผิดปกติเพื่อเร่งรัดให้โอนเงินทันที รวมถึงมีการแอบอ้างเป็นบริษัทขนส่งแจ้งชำระค่าธรรมเนียมหรือค่าพัสดุตกค้างผ่านลิงก์ปลอมเพื่อขโมยข้อมูลและดูดเงินจากบัญชี โดยที่ร้านค้าเหล่านั้นไม่มีหน้าร้านหรือข้อมูลให้ตรวจสอบได้
- หลอกจ้างงานหรือหารายได้พิเศษ มีจำนวน 16,910 คดี (คิดเป็น 15.89%) มักมาในรูปแบบการประกาศรับสมัครงานออนไลน์ อ้างว่าทำงานที่บ้านรายได้ดี เช่น งานกดไลก์สินค้า รีวิวสินค้า หรือแพ็กของ โดยตั้งผลตอบแทนสูงเกินจริงและได้เงินเร็วภายในไม่กี่วัน ช่วงแรกจะโอนเงินจริงเพื่อสร้างความเชื่อใจก่อนจะหลอกให้เติมเงินล่วงหน้าเพื่อปลดล็อกรายได้และหลอกลงทุนเพิ่ม จนสุดท้ายไม่สามารถถอนเงินคืนได้
- หลอกโอนเงินรับรางวัล มีจำนวน 6,673 คดี (คิดเป็น 6.27%) มักส่งข้อความสั้น SMS หรือข้อความแจ้งเตือนว่าได้รับรางวัลใหญ่ทั้งที่ไม่เคยร่วมกิจกรรม พร้อมแนบลิงก์แปลกปลอมให้กดยืนยันสิทธิทันที เมื่อเหยื่อกดลิงก์จะถูกหลอกให้กรอกข้อมูลส่วนตัว ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันอันตราย หรือถูกดูดเงินออกจากบัญชีธนาคาร
- ข่มขู่แล้วหลอกให้โอนเงิน มีจำนวน 6,324 คดี (คิดเป็น 5.94%) มิจฉาชีพมักแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือหน่วยงาน เช่น ตำรวจ, เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ (DSI), สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) หรือพนักงานค่ายมือถือ โดยสร้างเรื่องราวน่าตกใจว่าเหยื่อมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีร้ายแรง เช่น การฟอกเงิน ค้ายาเสพติด หรือมีพัสดุผิดกฎหมายถูกตีกลับ พร้อมกำชับว่าเป็นคดีลับห้ามวางสายหรือติดต่อคนอื่น และแนะให้สังเกตหากมีการวิดีโอคอลร่วมด้วยว่าภาพ อากัปกิริยา หรือการพูดมีความผิดปกติจากคนจริงหรือไม่ เพราะอาจเป็นระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI
- หลอกให้กู้เงิน มีจำนวน 3,942 คดี (คิดเป็น 3.71%) จะเน้นโฆษณาผ่านโซเชียลมีเดียหรือแอปพลิเคชันเงินกู้เถื่อนว่าอนุมัติไว ไม่เช็กเครดิตบูโร แต่เมื่อติดต่อกู้ยืมจะถูกเรียกเก็บค่าดำเนินการหรือค่าประกันล่วงหน้า โดยให้โอนเงินเข้าบัญชีบุคคลธรรมดาและไม่มีที่ตั้งบริษัทชัดเจน สุดท้ายเหยื่อจะไม่ได้รับเงินกู้จริง
ทั้งนี้ ทางศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ได้เน้นย้ำถึงแนวทางป้องกันตนเองโดยให้ยึดหลัก “4 ไม่” ได้แก่ ไม่กดลิงก์แปลกปลอมจาก SMS หรือข้อความที่ไม่น่าเชื่อถือ, ไม่เชื่อคำโฆษณาเกินจริงหรือผลตอบแทนที่สูงผิดปกติ, ไม่รีบโอนเงินโดยควรตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบทุกครั้งก่อนตัดสินใจ และไม่โอนเงินเข้าบัญชีบุคคลธรรมดาหากเป็นการลงทุนหรือซื้อขายกับบริษัท โดยควรตรวจสอบบัญชีปลายทางให้ชัดเจนก่อนทุกครั้ง
อย่างไรก็ตาม หากประชาชนได้รับผลกระทบหรือตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพจากภัยออนไลน์ สามารถติดต่อแจ้งเหตุและขอระงับบัญชีธนาคารได้ที่สายด่วน AOC 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งจะเป็นการช่วยลดความเสียหายที่เกิดขึ้นและเพิ่มโอกาสในการติดตามเงินคืนได้อย่างทันท่วงที
