ข่าว
สสส. จับมือภาคีเครือข่าย ดึงเยาวชนร่วมผลิตสื่อหวังลดนักสูบหน้าใหม่ หลังพบเด็กภาคตะวันออกสูบบุหรี่ไฟฟ้าพุ่งสูง
สำนักข่าวบริคอินโฟ – สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. (ThaiHealth) ร่วมกับสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย หรือ ยท. สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ หรือ สช. และคณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน หรือ กขป. เขตพื้นที่ 6 จัดพิธีมอบรางวัลการประกวดสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ช่องทางการเลิกบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้า เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก ประจำปี 2569 ณ อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ กรุงเทพมหานคร เพื่อมุ่งสร้างการรับรู้ระบบบริการเลิกบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเด็กและเยาวชนผ่านพลังการสื่อสารของคนรุ่นใหม่ หลังพบสถิติการสูบบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเยาวชนไทยเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออก
นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผยว่า สถานการณ์การสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเด็กและเยาวชนไทยยังคงน่าเป็นห่วง แม้จะมีข้อมูลยืนยันว่าส่งผลกระทบต่อสมอง ระบบทางเดินหายใจ และพัฒนาการด้านร่างกาย แต่ยังพบการลักลอบจำหน่ายผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจการบริโภคยาสูบของเยาวชนไทย (GYTS) ปี 2565 ที่พบว่าเด็กอายุ 13-15 ปี ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึง 5.3 เท่า จาก 3.3% ในปี 2558 เป็น 17.6% ในปี 2565 ขณะที่ข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2567 พบคนไทยสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นกว่า 11 เท่า จาก 78,742 คน ในปี 2564 เป็น 900,459 คน ในปี 2567 สสส. จึงกำหนดให้การป้องกันนักสูบหน้าใหม่เป็นวาระเร่งด่วน พร้อมสนับสนุนให้ผู้สูบทุกช่วงวัยเข้าถึงบริการเลิกบุหรี่ได้อย่างเป็นมิตร
“สสส. ให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับคนรุ่นใหม่ เพราะเยาวชนถือเป็นเจ้าของปัญหาและเข้าใจบริบทของตนเองดีที่สุด การเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ร่วมคิด ร่วมออกแบบ และร่วมสื่อสาร จะช่วยให้การแก้ไขปัญหาเกิดผลได้จริง โดยเฉพาะปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าที่ไม่ใช่เพียงเรื่องการเสพติด แต่ยังเกี่ยวข้องกับค่านิยมและความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนในสังคม การใช้พลังสร้างสรรค์ของเยาวชนผ่านสื่อโฆษณา จึงเป็นอีกกลไกสำคัญในการสร้างความตระหนักรู้และผลักดันให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงบริการเลิกบุหรี่ได้มากขึ้น” นพ.พงศ์เทพ กล่าว
ด้าน นพ.อภิชาติ รอดสม รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ระบุว่า สช. โดย กขป. ได้บูรณาการการทำงานด้านสุขภาพระดับพื้นที่ โดยเฉพาะเขตสุขภาพที่ 6 ได้กำหนดวาระเร่งด่วนด้าน “ใส่ใจเยาวชน” เพื่อสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงบริการเลิกบุหรี่จำนวน 2,000 คน เนื่องจากภาคตะวันออกเป็นพื้นที่ที่มีอัตราการใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบสูงเป็นอันดับต้นของประเทศ โดยข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2567 ระบุว่าภาคตะวันออกมีอัตราการใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกประเภทสูงถึง 15.8% ขณะที่ข้อมูลกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ปี 2568 พบว่าเยาวชนอายุ 13-25 ปี ในภาคตะวันออก มีอัตราการสูบบุหรี่ไฟฟ้าสูงถึงร้อยละ 23.09 สะท้อนถึงความรุนแรงของปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไข
ขณะที่ นายพชรพรรษ์ ประจวบลาภ เลขาธิการสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย (ยท.) กล่าวว่า ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมการเข้าถึงระบบบริการเลิกบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้าของเยาวชนในเขตสุขภาพที่ 6 ร่วมกับสถานศึกษานำร่อง 60 แห่ง ใน 8 จังหวัดภาคตะวันออก เพื่อช่วยเยาวชนที่สูบบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้ากว่า 2,000 คน ให้เข้าถึงบริการเลิกบุหรี่ พร้อมร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์และสถาบันการศึกษาที่มีคณะนิเทศศาสตร์ พัฒนาสื่อประชาสัมพันธ์จนสามารถสร้างการรับรู้ไปยังเยาวชนได้มากกว่า 1 ล้านคน
สำหรับการประกวดในครั้งนี้ชิงโล่เกียรติยศนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พร้อมทุนการศึกษามูลค่ารวมกว่า 70,000 บาท มีสถาบันการศึกษาเข้าร่วม 5 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยศรีปทุม (Sripatum University) วิทยาเขตชลบุรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก (Rajamangala University of Technology Tawan-ok) วิทยาเขตบางพระ มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ (Rajabhat Rajanagarindra University) มหาวิทยาลัยบูรพา (Burapha University) และวิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก (อี.เทค) (Eastern Technological College) โดยผลงาน “เวลคัมทูเลิกบุหรี่” ของวิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก (อี.เทค) ได้รับรางวัลชนะเลิศและรางวัล Popular Vote ไปครอง
นางสาวภัทธีรา สุขนันท์ นักศึกษาวิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก (อี.เทค) ผู้แทนทีมชนะเลิศ กล่าวว่า รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเยาวชน ผ่านการผลิตสื่อที่เข้าถึงง่ายและเหมาะกับวัยรุ่น โดยได้รับแรงบันดาลใจจากตัวละครในภาพยนตร์ที่วัยรุ่นรู้จัก เพื่อสื่อสารแนวคิดว่า ไม่ว่าจะเป็นใคร ก็สามารถเข้าถึงบริการเลิกบุหรี่ได้ง่าย ทั้งนี้อยากฝากถึงเพื่อนเยาวชนทุกคนว่า หากต้องการเลิกสูบบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้า สามารถเข้ารับบริการได้ทุกช่องทาง เพราะมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้บริการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และพร้อมดูแลทุกคนอย่างเป็นมิตร
