Connect with us

ข่าว

แรงงานไทยในไต้หวันคลั่ง หยิบมีดปอกผลไม้บุกจี้ร้านสะดวกซื้อ ปล้น ฮอทดอก 2 ชิ้น

Published

on

เกิดเหตุแรงงานไทยวัย 46 ปี คลั่งถือมีดจี้ร้านสะดวกซื้อก่อนไล่ทำร้ายชาวบ้านและตำรวจในจังหวัดฮัวเหลียน ไต้หวัน บาดเจ็บรวม 7 ราย ล่าสุดตำรวจควบคุมตัวได้แล้ว

สำนักข่าวบริคอินโฟ – เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญใน ตำบลซินเฉิง จังหวัดฮัวเหลียน ของไต้หวัน เมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 5 เมษายน แรงงานไทย วัย 46 ปี ก่อเหตุบุกชิงทรัพย์ใน ร้านสะดวกซื้อ ก่อนจะถือมีดไล่ทำร้ายผู้คนและบุกรุกเข้าไปในบ้านเรือนประชาชน ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 7 ราย เป็นชาวบ้าน 3 ราย และเจ้าหน้าที่ตำรวจ 4 ราย ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะสามารถควบคุมตัวไว้ได้หลังจากมีการเผชิญหน้ากันอย่างดุเดือด

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 05.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ผู้ก่อเหตุถือมีดปอกผลไม้บุกเข้าไปในร้านสะดวกซื้อในย่าน คังเล่อ และก่อเหตุชิงไส้กรอกฮอทดอก ไปจำนวน 2 ชิ้น จากนั้นได้หลบหนีออกจากร้านและเข้าไปก่อกวนร้านซักรีดที่อยู่ติดกัน โดยพยายามวิ่งไล่ตามหญิงคนหนึ่งที่อยู่ในบริเวณนั้น แต่โชคดีที่เหยื่อสามารถหนีเอาตัวรอดไปได้ทัน ทว่าเหตุการณ์เริ่มรุนแรงขึ้นเมื่อผู้ก่อเหตุวิ่งหนีไปตามทางหลวง หมายเลข 9 สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน จนกระทั่งคนขับรถแท็กซี่ที่ผ่านมาพบเห็นเหตุการณ์รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้าระงับเหตุ

สำนักงานตำรวจจังหวัดฮัวเหลียน ได้ส่งกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 10 นาย เข้าปิดล้อมเพื่อจับกุมผู้ก่อเหตุ ซึ่งได้วิ่งหนีไปไกลกว่า 2.7 กิโลเมตร ในระหว่างการหลบหนี ผู้ก่อเหตุได้กระโดดขึ้นไปบนรถบรรทุกที่จอดอยู่ข้างทางและใช้มีดข่มขู่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่พยายามล้อมจับ ต่อมาได้บุกเข้าไปในร้านตัดผมฝั่งตรงข้ามและเกิดการปะทะกับผู้อยู่อาศัยในบ้าน ส่งผลให้เจ้าของบ้านได้รับบาดเจ็บจากการถูกมีดฟันที่หน้าอก ส่วนภรรยามีแผลถลอกที่ข้อซ้าย และลูกสาวได้รับบาดเจ็บจากเศษกระจกบาดขณะพยายามวิ่งหนี

ในการปฏิบัติการเข้าจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ต้องเผชิญกับการขัดขืนอย่างรุนแรงจากผู้ก่อเหตุที่ยังคงถืออาวุธมีดอยู่ตลอดเวลา ทำให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บระหว่างเข้าชาร์จตัวถึง 4 นาย อย่างไรก็ตาม ทีมตำรวจสามารถใช้กำลังเข้ากดดันและควบคุมตัวชายคนดังกล่าวไว้ได้สำเร็จในที่สุด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษา และกำลังเร่งสอบสวนมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุครั้งนี้อย่างละเอียด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายของไต้หวันต่อไป

Advertisement

อ้างอิง mnews

Continue Reading
Advertisement