Connect with us

ข่าว

สสส. จับมือ จุฬาฯ-สพฐ. พัฒนาสื่อการเรียนรู้สร้างภูมิคุ้มกันเยาวชน หลังพบเพื่อนมีผลต่อการลองบุหรี่ไฟฟ้าสูงถึงร้อยละ 75.9

Published

on

สสส. ร่วมมือ จุฬาฯ และ สพฐ. ขับเคลื่อนนโยบายสร้างภูมิคุ้มกันสุขภาวะเยาวชนไทย เผยผลสำรวจพบเพื่อนมีอิทธิพลชวนลองบุหรี่ไฟฟ้าสูงถึงร้อยละ 75.9 เตรียมใช้โรงเรียนเป็นฐานกระจายความรู้

สำนักข่าวบริคอินโฟ – สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. (ThaiHealth) ร่วมกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ. จัดเวทีสื่อสารเชิงนโยบายสร้างภูมิคุ้มกันสุขภาวะเด็กและเยาวชนเพื่อป้องกันพฤติกรรมเสี่ยงจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้า เผยผลสำรวจพบเพื่อนมีผลต่อการทดลองใช้สูงถึงร้อยละ 75.9 พร้อมเตรียมขยายผลใช้โรงเรียนเป็นฐานกระจายชุดความรู้สู่ชุมชน

งานเวทีสื่อสารเชิงนโยบายเพื่อการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางสุขภาวะของเด็กและเยาวชน ผ่านการใช้ชุดสื่อและกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับครู ภายใต้โครงการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางสุขภาวะของเด็กและเยาวชน ในการป้องกันพฤติกรรมเสี่ยงต่อการสูบบุหรี่ไฟฟ้า จัดขึ้นที่โรงแรมทีเค.พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น บางกอก เพื่อแลกเปลี่ยนและกำหนดทิศทางนโยบายในการสร้างเกราะป้องกันภัยคุกคามสุขภาพในกลุ่มเยาวชน

นางอรุณี จิรมหาศาล ผู้ช่วยเลขาธิการ สพฐ. เปิดเผยว่า กระทรวงศึกษาธิการ หรือ ศธ. ได้จัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิ์ เสรีภาพ และความปลอดภัย เพื่อกำหนดนโยบายจากส่วนกลางและให้เขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศเป็นฐานในการคัดเลือกกิจกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ โดยเฉพาะเรื่องบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ ซึ่งผลการดำเนินงานที่ผ่านมาพบว่านักเรียนได้รับประโยชน์ด้านความตระหนักรู้และเกิดเกราะป้องกันตนเอง ทั้งนี้หากพื้นที่ใดพบข้อจำกัดหรือกิจกรรมเดิมไม่ได้ผล จะมีการปรับเปลี่ยนกิจกรรมให้เหมาะสมและทาง สพฐ. พร้อมเข้าสนับสนุนอย่างเต็มที่

นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส. กล่าวถึงสถานการณ์ในปัจจุบันว่า การแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้า ขยายวงกว้างจนเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาวะและพัฒนาการของเยาวชน จากรายงานผลิตภัณฑ์ยาสูบไฟฟ้ารูปแบบใหม่ ปี 2568 โดยมหาวิทยาลัยมหิดล และผลสำรวจพอดเค-ยาเสพติด ปี 2569 โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พบร้านค้าบุหรี่ไฟฟ้าออนไลน์ร้อยละ 88.3 มีเครือข่ายสูงถึง 282 บัญชี ใน 40 จังหวัด เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ โดยบุหรี่ไฟฟ้ารูปแบบใช้แล้วทิ้ง หรือ Disposable pods มียอดขายดีที่สุดร้อยละ 89.3 และพบการผสมยาเสพติด เช่น เคตามีน ไอซ์ สารอีโทมิเดท หรือที่เรียกว่า พอดเค (K-pods) แฝงมาในแบรนด์ยอดนิยมร้อยละ 17.3 ทำให้ผู้ปกครองและครูแยกแยะได้ยาก ขณะที่กลุ่มตัวอย่างระบุว่ามีเพื่อนใช้บุหรี่ไฟฟ้าร้อยละ 75.9 และเคยถูกชักชวนให้ลองร้อยละ 85.3

สสส. ได้ขับเคลื่อนการทำงานร่วมกับเครือข่ายแกนนำเยาวชนและครูรวม 31,989 คน ครอบคลุมสถานศึกษาในสังกัด สพฐ. 1,508 แห่ง โรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร หรือ กทม. 437 แห่ง กรมส่งเสริมการเรียนรู้ 928 แห่ง สถาบันอาชีวศึกษา 60 แห่ง มหาวิทยาลัย 236 แห่ง ศูนย์การเรียนรู้ 150 แห่ง และชมรม GenZ 590 ชมรม ทั้งนี้ ผลสำรวจความรอบรู้ด้านสุขภาพปี 2568 พบว่าโรงเรียนในเครือข่าย สสส. มีความตระหนักรู้ถึงอันตรายจากปัจจัยเสี่ยงในระดับสูงและเชี่ยวชาญรวมกันร้อยละ 54.47 ซึ่งสูงกว่าโรงเรียนนอกเครือข่ายที่อยู่ที่ร้อยละ 41 โดยก้าวต่อไปจะมุ่งบูรณาการนวัตกรรมและสื่อความรู้ร่วมกับสถานศึกษาเพื่อส่งต่อข้อมูลไปยังนักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน

Advertisement

ผศ.ดร.สุรศักดิ์ เก้าเอี้ยน อาจารย์ประจำภาควิชาวิจัยและจิตวิทยาการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการวิจัยเพื่อการพัฒนาการเด็กและเยาวชน กล่าวว่า เครือข่ายวิชาการและ สสส. ได้ร่วมกันนำแนวคิดโรงเรียนเป็นฐานมาปรับใช้ ผ่านการผลิตชุดสื่อและกิจกรรมให้ครูนำไปบูรณาการเข้ากับรายวิชาที่สอน จัดหลักสูตรเสริม รวมถึงใช้สื่อสารกับผู้ปกครอง ซึ่งจากการดำเนินงานเป็นเวลา 18 เดือน สามารถสร้างภูมิคุ้มกันทางสุขภาวะให้กับเด็กและเยาวชนอายุ 6-18 ปี ได้ประมาณ 7,000 คน เกิดแกนนำในสถานศึกษา 26 แห่ง ผ่านโครงการระดับสถานศึกษา 80 โครงการ และมีการเผยแพร่ชุดความรู้ผ่านโซเชียลมีเดีย ซึ่งผลสำเร็จทั้งหมดนี้จะถูกนำไปประยุกต์ใช้เพื่อขับเคลื่อนงานในระยะยาวต่อไป

Continue Reading
Advertisement