Connect with us

การเมือง

อว. เปิดพิมพ์เขียวท่าอวกาศยานไทย ชูจุดแข็งใกล้เส้นศูนย์สูตรลดต้นทุนเชื้อเพลิงร้อยละ 20

Published

on

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยแผนพัฒนาท่าอวกาศยานไทยเชิงพาณิชย์ ชูทำเลใกล้เส้นศูนย์สูตรช่วยลดต้นทุนเชื้อเพลิงร้อยละ 20 พร้อมใช้โมเดล PPP ลดภาระรัฐ ดึงดูดเม็ดเงินอุตสาหกรรมไฮเทค

สำนักข่าวบริคอินโฟ – กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เผยแผนปฏิบัติการศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งฐานปล่อยจรวดและท่าอวกาศยานในประเทศไทย มุ่งรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจอวกาศยุคใหม่ หรือ New Space Economy พร้อมชูความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ใกล้เส้นศูนย์สูตรที่ช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงในกระบวนการปล่อยจรวดลงร้อยละ 15-20 เพื่อดึงดูดผู้ให้บริการความถี่และผู้ปล่อยจรวดจากทั่วโลก

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ชี้แจงต่อที่ประชุมวุฒิสภาถึงมิติความคุ้มค่าและผลกระทบในด้านต่างๆ โดยระบุว่ามูลค่าเศรษฐกิจอวกาศโลกมีแนวโน้มเติบโตแตะระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในทศวรรษหน้า การศึกษาโครงการดังกล่าวจึงเป็นกลยุทธ์ในการนำประเทศไทยเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าเพื่อเปลี่ยนบทบาทจากผู้บริโภคข้อมูลดาวเทียมไปสู่ผู้สร้างเทคโนโลยี

แนวทางการลงทุนจะใช้รูปแบบการร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชน หรือ Public-Private Partnership (PPP) เพื่อลดภาระทางการคลัง โดยภาครัฐจะทำหน้าที่จัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐาน กฎระเบียบ และการจัดสรรพื้นที่ ส่วนภาคเอกชนจะเป็นผู้ลงทุนก่อสร้างและพัฒนาเทคโนโลยีจรวด ซึ่งการจัดตั้งฐานปล่อยจรวดนี้จะก่อให้เกิดผลกระทบสืบเนื่องทางเศรษฐกิจ หรือ Spillover Effect ผ่านการสร้างงานมูลค่าสูงในกลุ่มอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ วัสดุศาสตร์ขั้นสูง อิเล็กทรอนิกส์ และซอฟต์แวร์

สำหรับการคัดเลือกพื้นที่และมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม รัฐบาลกำหนดให้หลีกเลี่ยงพื้นที่ชุมชนหนาแน่นและพื้นที่อนุรักษ์ทางธรรมชาติอย่างเด็ดขาด โดยมุ่งเน้นศึกษาบริเวณแนวชายฝั่งทะเลเพื่อให้ชิ้นส่วนจรวดที่ถูกสลัดออกตกลงสู่มหาสมุทรในจุดที่ปลอดภัย รวมถึงต้องผ่านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ทั้งรายงาน EIA และ EHIA พร้อมจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชนในพื้นที่

ด้านกฎหมายและการกำกับดูแล กระทรวง อว. ร่วมกับสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA กำลังเร่งรัดผลักดันร่างพระราชบัญญัติกิจการอวกาศ เพื่อจัดตั้งหน่วยงานกำกับดูแลกิจการอวกาศแห่งชาติ ออกใบอนุญาต วางมาตรฐานความปลอดภัย และระบบประกันภัยความเสียหาย ส่วนในมิติความมั่นคง ประเทศไทยกำหนดจุดยืนให้โครงการนี้เป็นท่าอวกาศยานเชิงพาณิชย์เพื่อสันติ โดยใช้หลักความเป็นกลางและเปิดกว้าง ไม่อนุญาตให้นำเทคโนโลยีที่มีวัตถุประสงค์ทางทหารเข้ามาเกี่ยวข้อง

Advertisement

แผนดำเนินงานในอนาคตได้แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ประกอบด้วย ระยะที่ 1 ภายในเวลา 1-2 ปี จะเป็นการศึกษาความเป็นไปได้ในทุกมิติพร้อมผลักดัน พ.ร.บ. กิจการอวกาศ และมาตรการจูงใจจาก BOI ระยะที่ 2 ในช่วงปีที่ 3-5 จะเป็นการคัดเลือกพื้นที่และเปิดประมูลเพื่อเริ่มก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับจรวดขนาดเล็ก และระยะที่ 3 ในช่วงปีที่ 5-10 จะเปิดให้บริการปล่อยจรวดสู่วงโคจรจริงอย่างเต็มรูปแบบเพื่อมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจอวกาศในภูมิภาคอาเซียน

Continue Reading
Advertisement