ข่าว
ETDA จับมือ TMA วางโรดแมปดิจิทัลไทย มุ่งแก้โจทย์ความพร้อมรับอนาคตหลังอันดับโลกอยู่อันดับ 38
สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธ.) ผนึกกำลังกับ สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) จัดงานสัมมนาเชิงยุทธศาสตร์ BEYOND THE RANKING – Strategic Imperatives For Thailand’s Digital Future เพื่อระดมสมองและกำหนดทิศทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยให้ก้าวข้ามขีดจำกัดด้านการจัดอันดับโลก โดยมุ่งเน้นการยกระดับ ความพร้อมสำหรับอนาคต หลังผลการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันดิจิทัลโลกปี 2568 พบว่าประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 38 จาก 68 ประเทศทั่วโลก ซึ่งสะท้อนความท้าทายสำคัญในการปรับตัวของภาคธุรกิจไทยต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่รวดเร็ว


ศาสตราจารย์อาร์ทูโร บริส ผู้อำนวยการ IMD World Competitiveness Center จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เปิดเผยข้อมูลสำคัญว่า “ตัวชี้วัดด้านความพร้อมสำหรับอนาคตถือเป็นส่วนที่พัฒนาได้ยากที่สุด เนื่องจากต้องอาศัยการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กรและวิสัยทัศน์ของผู้นำ โดยระบุว่า “ภาคธุรกิจไทยกำลังเผชิญความท้าทายหลัก ได้แก่ ความสามารถในการปรับตัวที่ลดลง และมุมมองของผู้บริหารระดับสูงที่เห็นว่าองค์กรปรับตัว และคว้าโอกาสทางดิจิทัลได้ช้าลง ซึ่งการยกระดับความสามารถดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กร การลงทุนด้านดิจิทัล และการให้ความสำคัญกับนวัตกรรมในระดับผู้นำ”

ทางด้านภาคเอกชนได้ร่วมแบ่งปันกลยุทธ์การปรับตัว โดย นายโสภณ แกะทอง จากบริษัท ยูนิลิเวอร์ ประเทศไทย จำกัด ระบุว่าองค์กรกำลังเปลี่ยนผ่านจากการใช้ Generative AI ไปสู่ Agentic AI เพื่อทำงานเชิงอัตโนมัติและให้พนักงานมุ่งเน้นงานเชิงกลยุทธ์มากขึ้น ขณะที่ นายสมภพ สันติวัฒนกุล จาก ธนาคารกสิกรไทย ให้ความเห็นว่า “คนและข้อมูล คือรากฐานสำคัญของ Digital Transformation และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ แม้องค์กรไทยจะตื่นตัวด้านเทคโนโลยีมากขึ้น แต่ยังเผชิญปัญหาการขาดแคลนบุคลากรดิจิทัลและทักษะที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการตลาด” จึงได้พัฒนาแพลตฟอร์ม Skill Kamp เพื่อเร่งพัฒนาทักษะแรงงานให้ตรงโจทย์

ไฮไลต์สำคัญของงานคือการบรรยายพิเศษจาก ศาสตราจารย์อาร์ทูโร บริส ผู้อำนวยการ IMD World Competitiveness Center จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งได้นำเสนอแนวคิดเกี่ยวกับการตีความข้อมูลจากการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลในเชิงลึก โดยเน้นการใช้ Data-driven Insights หรือการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสะท้อนภาพรวมทั้งจุดแข็งและความท้าทายที่ประเทศไทยกำลังเผชิญ เพื่อให้ผู้นำและผู้กำหนดนโยบายสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้เป็นกรอบแนวคิดในการวางแผนเชิงยุทธศาสตร์

สำหรับกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) นายกวีศิลป์ ศิริมณีธรรม จากบริษัท จีพี โมบิลิตี้ จำกัด (มหาชน) ชี้ให้เห็นว่าการใช้ข้อมูลผ่านระบบ ERP และการพัฒนาผู้ช่วย AI อย่าง JOT AI Assistant ช่วยลดต้นทุนและยกระดับการบริการได้จริง โดยเน้นย้ำว่าการเปลี่ยนแปลงต้องเริ่มที่คนและวัฒนธรรมองค์กรมากกว่าตัวเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่ต้องการผลักดันให้ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลเข้าไปมีบทบาทในทุกอุตสาหกรรมเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาว

