ข่าว
ทรู ผนึก ตำรวจไซเบอร์ สู้ศึกไซเบอร์วอร์ ใช้ฟีเจอร์ใหม่ True CyberSafe เสริมเกราะป้องกันภัยคุกคามออนไลน์
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมมือกับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) หรือ ตำรวจไซเบอร์ และทรูมันนี่ ยกระดับมาตรการป้องกันภัยไซเบอร์ เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ True CyberSafe เสริมเกราะป้องกันผู้ใช้บริการจากภัยคุกคามออนไลน์ โดยมีการเชื่อมโยงข้อมูลแบบเรียลไทม์ เพื่อตรวจสอบและระงับภัยจากมิจฉาชีพได้อย่างทันท่วงที
ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบและดำเนินการทางกฎหมายต่อมิจฉาชีพ โดยมีการพัฒนาระบบรับส่งข้อมูลแบบ SFTP (Secure File Transfer Protocol) ที่มีความปลอดภัยสูง นอกจากนี้ ยังมีการยกระดับ “ศูนย์ฮอตไลน์ 9777 Scam Report” ให้เป็นบริการครบวงจรแบบ One Stop Service ที่ผู้ใช้บริการทรูสามารถแจ้งเบอร์โทรศัพท์, SMS และลิงก์ที่น่าสงสัยได้ผ่าน 3 ช่องทาง ได้แก่ โทร, USSD และ MMS ซึ่งทางศูนย์จะดำเนินการตรวจสอบและแจ้งผลภายใน 24 ชั่วโมง และดำเนินการบล็อกเบอร์โทรศัพท์ของมิจฉาชีพทันที
True CyberSafe ยังได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ “Call AI Filter” ซึ่งใช้เทคโนโลยี AI ในการคัดกรองสายเรียกเข้าที่อาจเป็นมิจฉาชีพ โดยประมวลผลจากข้อมูลพฤติกรรมของมิจฉาชีพและหมายเลขต้องสงสัยจากตำรวจไซเบอร์กว่า 300,000 หมายเลข ฟีเจอร์นี้จะช่วยแจ้งเตือนผู้ใช้บริการทรู ดีแทค และเน็ตบ้านทรูออนไลน์ ให้ระมัดระวังภัยไซเบอร์ โดยเป็นบริการฟรีที่ผู้ใช้บริการไม่ต้องลงทะเบียนหรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเพิ่มเติม และในเดือนพฤษภาคม 2568 จะมีการเปิดตัวฟีเจอร์ “SMS AI Filter” ที่จะช่วยแจ้งเตือน SMS ที่อาจเป็นมิจฉาชีพด้วยเช่นกัน

ด้านทรูมันนี่ ได้นำเสนอระบบป้องกันการดูดเงิน 3 ชั้น “TrueMoney 3 x Protection” เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านแอปพลิเคชัน โดยมีระบบตรวจสอบและระงับธุรกรรมที่น่าสงสัย
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กล่าวว่า “ความร่วมมือกับทรู คอร์ปอเรชั่นในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยทางไซเบอร์ ลดความเสี่ยงจากการถูกโจมตีและฉ้อโกง และทำให้การสืบสวนสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ”
นายจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกิจการองค์กร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “ความร่วมมือกับตำรวจไซเบอร์ในครั้งนี้ เป็นความก้าวหน้าที่สำคัญเพื่อยกระดับการดูแลประชาชนคนไทยให้ปลอดภัยในการใช้บริการดิจิทัลมากขึ้น”
