ข่าว
แคสเปอร์สกี้เตือนมิจฉาชีพใช้ AI ดีพเฟกสร้างคลิปศิลปินดังหลอกเหยื่อเล่นพนันบอลโลก 2026 พร้อมแนะแนวทางป้องกัน
สำนักข่าวบริคอินโฟ – แคสเปอร์สกี้ (Kaspersky) เผยข้อมูลความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์จากกรณีการปราบปรามเครือข่ายพนันออนไลน์มูลค่ากว่า 2,500 ล้านบาทโดยกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) หรือ ตำรวจไซเบอร์ ที่พบว่าอาชญากรมีการใชเทคโนโลยีดีพเฟก (Deepfake) ในการสร้างภาพและวิดีโอของบุคคลที่มีชื่อเสียงเพื่อหลอกลวงประชาชน ถือเป็นแนวโน้มภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่ผสานการใช้ปัญญาประดิษฐ์เข้ากับกระแสกิจกรรมทางวัฒนธรรมระดับโลก
นายไซมอน เติ้ง ผู้จัดการทั่วไป ภูมิภาคอาเซียนและกลุ่มประเทศเกิดใหม่ของเอเชีย Kaspersky ระบุว่า กลุ่มมิจฉาชีพได้นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI มาสร้างดีพเฟกเป็นนักร้องและนักแสดงชื่อดัง เพื่อจูงใจให้ประชาชนสมัครใช้งานแพลตฟอร์มที่ผิดกฎหมาย โดยมีการเกาะกระแสมหกรรมฟุตบอลโลก FIFA 2026 เพื่อดึงดูดความสนใจจากสาธารณชนในวงกว้าง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการโจมตีทางไซเบอร์มีความซับซ้อนและสร้างความน่าเชื่อถือได้มากกว่ากลยุทธ์แบบเดิม
ปัจจุบันการเข้าถึงเทคโนโลยีดังกล่าวทำได้ง่ายและมีต้นทุนที่ต่ำลง โดยแคสเปอร์สกี้ตรวจพบว่าบริการสร้างวิดีโอปลอมในตลาดมืดมีราคาเริ่มต้นเพียง 50 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนข้อความเสียงปลอมมีราคาเริ่มต้นที่ 30 ดอลลาร์สหรัฐ ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนและความยาวของเนื้อหา ความก้าวหน้านี้สร้างความเสี่ยงสูงต่อทั้งองค์กรธุรกิจ บุคคลสาธารณะ พนักงานบริษัท ตลอดจนประชาชนทั่วไปที่อาจถูกนำอัตลักษณ์ไปใช้ในทางที่มิชอบ
สำหรับแนวทางปฏิบัติหากตกเป็นเหยื่อหรือเผชิญหน้ากับภัยคุกคามประเภทนี้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือการปฏิเสธการติดต่อและห้ามเจรจาต่อรองกับมิจฉาชีพโดยเด็ดขาด เนื่องจากการตอบกลับจะเป็นการยืนยันว่าเป้าหมายมีตัวตนอยู่จริง ซึ่งจะส่งผลให้ถูกกดดันหรือขู่กรรโชกมากขึ้น นอกจากนี้ควรยุติการสนทนาทันทีหากเกิดความสงสัย แล้วทำการตรวจสอบผ่านช่องทางอื่น เช่น การโทรติดต่อด้วยหมายเลขโทรศัพท์ปกติ
การจัดการเมื่อพบเจอเนื้อหาดีพเฟกประกอบด้วย การบันทึกหลักฐานการสนทนา ภาพหน้าจอ วันเวลา และแพลตฟอร์มที่พบ จากนั้นให้รายงานไปยังผู้ให้บริการแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียนั้นเพื่อดำเนินการลบสื่อ และนำหลักฐานเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับตำรวจไซเบอร์เพื่อออกเอกสารราชการสำหรับประสานงานกับสถาบันการเงินหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการแจ้งเตือนบุคคลใกล้ชิดในรายชื่อผู้ติดต่อหากพบว่าบัญชีผู้ใช้งานถูกแฮ็ก
นอกจากนี้ เพื่อเป็นการป้องกันการถูกนำใบหน้าและเสียงไปสร้างดีพเฟก ประชาชนควรจำกัดการเข้าถึงรูปภาพและวิดีโอในโปรไฟล์โซเชียลมีเดียให้เป็นส่วนตัว ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ ไม่ติดตั้งหรืออนุญาตให้แอปพลิเคชันที่ไม่น่าเชื่อถือเข้าถึงกล้องและไมโครโฟน ตลอดจนเปิดใช้งานระบบยืนยันตัวตนสองขั้นตอน (2FA) และสามารถเลือกใช้เครื่องมือวิเคราะห์เนื้อหาที่สร้างจาก AI เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของสื่อควบคู่ไปด้วย
