ข่าว
อธิบดีกรมควบคุมโรค ยืนยัน “เอกสารหลุด” เป็นของปลอม
กรณีมีการเผยแพร่เอกสารการประชุมของคณะกรรมการด้านวิชาการตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 คณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค และคณะทำงานวิชาการด้านบริหารจัดการและศึกษาการให้บริการวัคซีน โดยประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ คือ ในที่ประชุมมีการพูดว่า หากนำวัคซีนไฟเซอร์เข็มที่ 3 มากระตุ้นบุคลากรที่ฉีดวัคซีนซิโนแวค 2 เข็ม จะแสดงว่าซิโนแวคไม่มีประสิทธิภาพนั้น จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่า เรื่องนี้จริงหรือไม่
เวลา 11.00 น. วันที่ 5 ก.ค. ที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค(คร.) กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ ว่า เอกสารที่ออกมาไม่ใช่เอกสารฉบับจริงของที่ประชุม โดยวันนั้นเป็นการประชุมวิชาการ มี 3 คณะ คือ คณะกรรมการวิชาการตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 คณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ใน พ.ร.บ. ความมั่นคงด้านวัคซีนของสถาบันวัคซีนแห่งชาติ และคณะกรรมการวิจัยและวิชาการด้านบริหารจัดการและศึกษาการให้บริการวัคซีน ซึ่งคนเข้าร่วมประชุมค่อนข้างมาก มีทั้งร่วมประชุมและออนไลน์ แต่ทั้งหมดเน้นเรื่องวิชาการ เกี่ยวกับวัคซีนต่างๆ รวมทั้งไฟเซอร์ว่าควรต้องฉีดอย่างไรต่อไป โดยกลไกเมื่อคณะชุดนี้ทำเสร็จ ต้องเสนอต่อคณะกรรมการที่ดูแลเรื่องนี้ต่อไป เพราะเป็นเรื่องวิชาการ ทั้งคณะกรรมการวิชาการ ต้องเสนอคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ เพื่อให้ความเห็นชอบให้เป็นข้อสั่งการ ส่วนคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคก็ต้องเสนอต่อคณะกรรมการวัคซีน ส่วนคณะที่สามก็ต้องเสนอคณะกรรมการด้านการจัดการวัคซีน เมื่อคณะที่เป็นทางการเห็นชอบก็จะเสนอ ศบค.เห็นชอบต่อไป
“ส่วนเอกสารการประชุมที่มีการเผยแพร่ออกไปนั้น ไม่เรียกว่าเอกสารหลุด แต่เป็นเอกสารที่ไม่จริง เพราะคนเขียนสรุปไม่ใช่ฝ่ายเลขาของการประชุมนั้นๆ ไม่มีแพตเทิร์นทางการ เป็นเหมือนเขียนอ่านกันเอง ซึ่งเอกสารนี้ไม่จริง ส่วนที่ในการประชุมที่มีการเสนอความคิดเห็น อย่างไรเสียไม่มีข้อสรุปใดๆทั้งสิ้น”นพ.โอภาส กล่าว
เมื่อถามว่าสรุปเอกสารนั้นไม่ใช่เอกสารจริงใช่หรือไม่ นพ.โอกาส กล่าวว่า หากสังเกตดีๆ เหมือนเอกสารที่เขียนเองอ่านเอง และเอกสารนั้นเหมือนเอาสไลด์การประชุมไปปะติด ยืนยันว่าไม่ใช่เอกสารจริงจากฝ่ายประชุม ทั้งนี้ ไม่ควรเผยแพร่ต่อ เพราะถ้าเผยแพร่ต่อก็จะเป็นเรื่องไม่จริงไปกันใหญ่
อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ปกติการประชุมวิชาการก็จะมีความคิดเห็นหลากหลาย คนเข้าร่วมก็แสดงความคิดเห็นได้ แต่ไม่ใช่ข้อสรุป ที่สำคัญต้องดูบริบทว่า เขาพูดอะไร การเอาคำใดคำหนึ่งไปโค้ทอย่างเดียว ถือว่าไม่เป็นธรรม แต่การประชุมวันนั้น ตนก็ไม่ได้เข้าประชุม จึงไม่ทราบว่ามีการพูดอะไร อย่างไร แต่โดยมารยาทก็ไม่ควรพูด แต่ที่แน่ๆ เอกสารนั้นไม่ใช่เอกสารหลุด แต่ไม่จริงเลย
