การศึกษา
รมช.ศธ. เร่งเยียวยาครูถูกเด็ก ป.3 ทำร้ายที่สกลนคร จ่อย้ายกลับภูมิลำเนา พร้อมดึง พม.-สธ. บำบัดนักเรียน
สำนักข่าวบริคอินโฟ – รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการลงพื้นที่จัดการปัญหาความรุนแรงในโรงเรียนจังหวัดสกลนคร หลังเกิดเหตุการณ์นักเรียนทำร้ายครู โดยเด็กนักเรียนชั้น ป.3 พกมีดทำร้ายครูผู้หญิง เบื้องต้นสั่งการให้หน่วยงานต้นสังกัดเร่งย้ายครูผู้ประสบเหตุกลับไปช่วยราชการที่ภูมิลำเนาเพื่อเยียวยาสภาพจิตใจ พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำตัวเด็กนักเรียนเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาแทนการลงโทษทางวินัย รวมทั้งเตรียมหารือมาตรการเพิ่มความปลอดภัยให้โรงเรียนที่มีเฉพาะครูผู้หญิง
นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ ได้รับมอบหมายจากนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้เร่งตรวจสอบและช่วยเหลือกรณีเหตุความรุนแรงในสถานศึกษาดังกล่าว โดยได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประสานงานให้ครูหญิงผู้ประสบเหตุไปช่วยราชการในโรงเรียนอื่นนอกพื้นที่เพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจ ทั้งนี้กำลังหาแนวทางให้ครูได้ย้ายไปช่วยราชการในโรงเรียนที่เป็นภูมิลำเนาเดิมตามข้อเสนอของผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร เพื่อให้ได้อยู่ใกล้ชิดครอบครัว พร้อมประสานกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ส่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเข้าดูแลอย่างใกล้ชิด
สำหรับการจัดการกับเด็กนักเรียนชั้น ป.3 ผู้ก่อเหตุนั้น นายอัครนันท์ระบุว่าปัญหาดังกล่าวมีสาเหตุมาจากครอบครัวและสุขภาวะทางอารมณ์ จึงได้กำชับให้หน่วยงานในพื้นที่ประสาน พม. และ สธ. นำตัวเด็กเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาเพื่อปรับพฤติกรรมอย่างจริงจังแทนการใช้บทลงโทษทางวินัย นอกจากนี้ยังได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับความเปราะบางของโรงเรียนที่มีเฉพาะครูผู้หญิง ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการถือเป็นวาระเร่งด่วนที่จะนำเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการฯ ในช่วงบ่ายวันนี้ เพื่อพิจารณาจัดสรรอัตรากำลังนักการภารโรงชาย หรือวางมาตรการดูแลความปลอดภัยในโรงเรียนให้มีความรัดกุมมากยิ่งขึ้น
นายอัครนันท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “การพาเด็ก ๆ ทุกคนกลับคืนสู่สภาวะปกติและเติบโตอย่างปลอดภัยในสถานศึกษา คือเป้าหมายสูงสุดที่รอไม่ได้ ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบันสะท้อนให้เห็นว่าการดูแลเยาวชนให้ปลอดภัยอย่างแท้จริงนั้น ลำพังเพียงส่วนราชการคงไม่พอ แต่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในจังหวัด ทั้ง อปท. หน่วยงานในพื้นที่ กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ที่ต้องหันมาร่วมมือกันสอดส่องดูแล เพื่อจับมือกันเปลี่ยนโรงเรียนให้เป็นบ้านหลังที่สองที่ปลอดภัยและอบอุ่นสำหรับทุกคนอย่างยั่งยืน”
