บทความ
วางแผนการเงินปิดภาระหนี้สินในรุ่นเรา เพื่อความมั่นคงและไม่ทิ้งภาระให้คนข้างหลัง
สำนักข่าวบริคอินโฟ – สถานการณ์หนี้ครัวเรือนในไทยปัจจุบันสะท้อนภาพความเสี่ยงรูปแบบใหม่ที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่การขาดรายได้ แต่คือวงจรการเป็นหนี้ที่อาจลากยาวไปจนถึงบั้นปลายชีวิต ซึ่งเสี่ยงต่อการส่งต่อ “มรดกหนี้” ไปยังสมาชิกในครอบครัวโดยไม่ตั้งใจ การวางแผนจัดการหนี้สินอย่างเป็นระบบจึงกลายเป็นภาระหน้าที่สำคัญที่ต้องทำให้จบลงในรุ่นปัจจุบัน เพื่อป้องกันผลกระทบทางทรัพย์สินและอารมณ์ของคนข้างหลังในอนาคต
ในอดีตความเสี่ยงทางการเงินมักผูกติดอยู่กับการตกงานหรือการขาดรายได้ชั่วคราว แต่ในยุคปัจจุบันนิยามของความเสี่ยงได้เปลี่ยนไปสู่ภาวะการมีรายได้ที่ไม่สมดุลกับค่าครองชีพ ประกอบกับการเข้าถึงสินเชื่อที่ทำได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้คนจำนวนมากต้องแบกภาระหนี้สินเป็นระยะเวลานาน ซึ่งในทางกฎหมายแม้ทายาทจะรับผิดชอบหนี้ไม่เกินมูลค่ามรดกที่ได้รับ แต่กระบวนการจัดการจริงมีความซับซ้อนอย่างมาก โดยเฉพาะทรัพย์สินที่สร้างร่วมกันมาอาจต้องถูกบังคับขายเพื่อชดใช้หนี้สินที่ค้างอยู่
ทางด้าน เคทีซี (KTC) หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) มองว่าการบริหารหนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องส่วนบุคคล แต่คือความรับผิดชอบต่อครอบครัว โดยได้เสนอแนวทางบริหารจัดการเพื่อให้หนี้จบได้ในรุ่นเดียวผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก เริ่มจากการเลือกปิดหนี้ก้อนเล็กก่อนเพื่อสร้างแรงจูงใจและเพิ่มสภาพคล่อง จากนั้นให้มุ่งไปที่การลดหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงเพื่อตัดต้นทุนที่สะสมเร็วที่สุด และสุดท้ายคือการใช้วิธีรวมหนี้เพื่อให้เห็นภาพรวมของค่างวดและกำหนดวันสิ้นสุดภาระหนี้ที่ชัดเจน
การสร้างความมั่นคงทางการเงินในยุคที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน จึงไม่ได้วัดกันที่การไม่มีหนี้เพียงอย่างเดียว แต่คือการบริหารจัดการภาระที่มีอยู่ไม่ให้กลายเป็นภาระของคนที่รัก “เพราะสิ่งที่มีค่าที่สุดอาจไม่ใช่สิ่งที่เราทิ้งไว้ แต่คือสิ่งที่เราไม่ทิ้งให้” การตัดสินใจวางแผนและมีวินัยทางการเงินตั้งแต่วันนี้ จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการรักษาความสัมพันธ์และทรัพย์สินส่วนรวมของครอบครัวให้ยั่งยืนสืบไป
