Connect with us

ข่าวบันเทิง

โรเซ่ เปิดตัวแคมเปญใหม่กับ PUMA นำเสนอสนีกเกอร์ H-Street ดีไซน์อาร์ไคฟ์ยุค 2000

Published

on

พูม่า (PUMA) เปิดตัวสนีกเกอร์รุ่น H-Street ดีไซน์ย้อนยุคจากยุค 2000 โดยมี โรเซ่ (ROSÉ) ร่วมถ่ายทอดสไตล์ผสมผสานรองเท้าวิ่งเข้ากับแฟชั่นในชีวิตประจำวัน

สำนักข่าวบริคอินโฟ – พูม่า (PUMA) เปิดตัวแคมเปญภาพถ่ายชุดใหม่โดยมี โรเซ่ (ROSÉ) แอมบาสเดอร์ระดับโลกเป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวของสนีกเกอร์รุ่น H-Street ซึ่งเป็นการนำรองเท้าวิ่งสไตล์อาร์ไคฟ์กลับมาตีความใหม่ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ปัจจุบัน โดยเน้นดีไซน์ที่ผสมผสานระหว่างฟังก์ชันการใช้งานในสนามแข่งและความเรียบง่ายที่สามารถสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน ผ่านบรรยากาศการนำเสนอที่สะท้อนกิจวัตรประจำวันที่ดูเหนือจริงแต่ยังคงความทันสมัยตามแบบฉบับของศิลปินสาว

สนีกเกอร์รุ่น H-Street มีต้นกำเนิดมาจากรากฐานของความเร็ว โดยได้รับแรงบันดาลใจจากรองเท้าวิ่งประเภท Spike ของ PUMA ในช่วงต้นยุค 2000 ซึ่งสืบทอดมรดกมาจากซิลูเอต Harambee ในช่วงปลายยุค 90 อันเป็นรองเท้าแข่งที่มีจุดเด่นด้านน้ำหนักเบา โดยชื่อรุ่นเดิมมีความหมายในภาษาสวาฮีลีว่า “ร่วมแรงร่วมใจ” การกลับมาในครั้งนี้ยังคงรักษาโครงสร้างแบบ Low-profile และการใช้ผ้าตาข่ายที่ระบายอากาศได้ดีเพื่อคงเอกลักษณ์จากสนามแข่งไว้ แต่มีการปรับปรุงรายละเอียดเพื่อให้สอดรับกับบริบททางแฟชั่นในยุคปัจจุบันมากขึ้น

สำหรับการเปิดตัวล่าสุดในแคมเปญนี้ รองเท้ามาในเฉดสี “Ivory” ตกแต่งด้วยลูกเล่นเมทัลลิกเพื่อสร้างความโดดเด่นแต่ยังคงความคลาสสิก ตัวรองเท้ามีรูปทรงเพรียวบางในลักษณะทรงตัว T (T-toe) และรักษาสัดส่วนที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรองเท้าสปรินต์ไว้อย่างครบถ้วน ซึ่ง พูม่า (PUMA) ตั้งใจนำเสนอให้เป็นไอคอนแห่งลู่วิ่งที่ถูกดัดแปลงมาเพื่อการใช้งานในชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่ โดยมี โรเซ่ (ROSÉ) เป็นสื่อกลางในการเชื่อมโยงมรดกด้านสปอร์ตเข้ากับวัฒนธรรมร่วมสมัย

ทั้งนี้ PUMA H-Street เริ่มออกวางจำหน่ายเป็นครั้งแรกในฐานะรองเท้าไลฟ์สไตล์เมื่อปี 2003 ก่อนจะถูกนำมารีโนเวทใหม่อีกครั้งในปีนี้ ผู้ที่สนใจสามารถเลือกซื้อได้ผ่านช่องทางออนไลน์ PUMA.com รวมถึงร้าน PUMA สาขาเซ็นทรัล ลาดพร้าว (Central Lardprao), เซ็นทรัลเวิลด์ (Central World), เดอะมอลล์ บางกะปิ (The Mall Bangkapi), ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต (Future Park Rangsit) และช่องทาง PUMA Thailand TikTok Shop

Advertisement
Continue Reading
Advertisement