การศึกษา
อว. จับมือ MIT สหรัฐฯ ขับเคลื่อน AHA Thailand ปั้น Learning Lab ยกระดับทักษะ AI คนไทยทุกช่วงวัย
สำนักข่าวบริคอินโฟ – กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ หรือ MIT (Massachusetts Institute of Technology) จากสหรัฐอเมริกา เพื่อผลักดันโครงการ AHA Thailand หวังดึงดูดมหาวิทยาลัยและกลุ่ม Tech Startup ร่วมขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีของประเทศ พร้อมเตรียมเปิดตัว Learning Lab ร่วมกับ Open AI เพื่อสร้างพิมพ์เขียวการเรียนรู้และยกระดับทักษะการใช้ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ให้แก่ประชากรทุกช่วงวัย ตั้งแต่เด็กไปจนถึงวัยเกษียณ มุ่งเป้าสร้างแพลตฟอร์มการเรียนรู้กลางระดับชาติในอนาคต
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยในงานเสวนาที่จัดโดย สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ว่า ปัญญาประดิษฐ์คือแกนหลักที่จะเชื่อมโยงอุตสาหกรรมสำคัญ ทั้งไบโอเทค การแพทย์ และเซมิคอนดักเตอร์ โดยโจทย์ใหญ่ของไทยคือการเตรียมความพร้อมด้านทุนมนุษย์ผ่านแนวคิด AI for All เพื่อให้คนไทยเข้าถึงเทคโนโลยีได้อย่างทั่วถึง ทั้งนี้ตั้งเป้าว่าจะเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมจากการวางระบบนี้ภายใน 3-4 ปีข้างหน้า
สำหรับการร่วมมือกับสถาบัน MIT จะแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก คือการเชื่อมโยงงานวิจัยขั้นสูงระหว่างไทยและสหรัฐฯ เพื่อก่อตั้ง AHA Thailand ให้เป็นศูนย์กลางนวัตกรรม และโครงการ Learning Lab ที่เน้นการค้นหารูปแบบการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับบริบทของคนไทย โดย ศ.ดร.ยศชนัน ระบุว่า “งานวิจัยด้านการศึกษาทั้งหมดนี้ จะเป็นรากฐานสำคัญในการต่อยอดไปสู่นโยบายและการสร้างแพลตฟอร์มการเรียนรู้กลางระดับชาติต่อไป เพื่อให้คนทุกกลุ่มสามารถปรับตัวและกลับมาเพิ่มผลิตภาพให้กับประเทศได้”
ทางด้าน ดร.พัทน์ ภัทรนุธาพร นักวิทยาศาสตร์จาก MIT Media Lab ได้เสนอแนะทิศทางความร่วมมือโดยเน้นให้ Artificial Intelligence (AI) ทำหน้าที่เป็นคู่หูทางปัญญาที่ช่วยเสริมศักยภาพมนุษย์ มากกว่าการเข้ามาแทนที่ โดยเฉพาะการนำมาใช้เป็นโค้ชทางความคิดเพื่อกระตุ้นการคิดวิเคราะห์ และการนำเทคโนโลยีมาผสานกับทุนวัฒนธรรมไทยภายใต้แนวคิด H.T.A.I. (Heritage + Technology + Art + Innovation) เช่น การใช้ AI วิเคราะห์และต่อยอดท่ารำโขน เพื่อสร้างสรรค์มรดกทางวัฒนธรรมในรูปแบบดิจิทัล
“หัวใจสำคัญคือการนำ Soft Power ซึ่งเป็นจุดแข็งของไทย มาทำงานร่วมกับ Hard Technology อย่าง AI เพื่อเติมเต็มศักยภาพซึ่งกันและกัน เรามุ่งเน้นที่การพัฒนาและต่อยอด โดยเป้าหมายหลักคือต้องทำให้ AI เป็นเพื่อนที่เข้ามาช่วยสนับสนุนการทำงาน ไม่ใช่ปล่อยให้กลายเป็นสิ่งที่เข้ามาดิสรัปเรา” ดร.พัทน์ กล่าวทิ้งท้ายถึงแนวทางการปรับใช้เทคโนโลยีให้เข้ากับอัตลักษณ์ไทยเพื่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มในระดับสากล
