การเมือง
รัฐบาลไทยโต้ข่าวกัมพูชา ยันยังไม่ตกลงเงื่อนไข UNCLOS และไม่มีการเจรจาเปิดด่านชายแดน
สำนักข่าวบริคอินโฟ – โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีออกโรงชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีสื่อกัมพูชารายงานว่าไทยยอมรับกระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้กรอบ อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) เพื่อแก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล โดยยืนยันว่ารัฐบาลไทยเพียงรับทราบเจตจำนงของกัมพูชาเท่านั้น แต่ยังไม่มีการตอบตกลงหรือเห็นชอบใดๆ พร้อมปฏิเสธข่าวการเจรจาเปิดพรมแดน โดยระบุว่าทุกย่างก้าวต้องยึดถือผลประโยชน์ของชาติและอธิปไตยเป็นสำคัญ
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่สำนักข่าวในประเทศกัมพูชาเผยแพร่ข้อมูลเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 ที่ระบุว่าฝ่ายไทยตกลงเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับ (Compulsory Conciliation) เพื่อยุติกรณีอ้างสิทธิทับซ้อนในพื้นที่ทางทะเล โดยโฆษกรัฐบาลระบุว่า กระทรวงการต่างประเทศ (MFA) ได้ตรวจสอบและขอชี้แจงว่า ฝ่ายไทยเพียงแค่รับทราบการแจ้งความประสงค์ของกัมพูชาที่จะเข้าสู่กระบวนการดังกล่าวตามกรอบของ UNCLOS แต่การรับทราบนี้ไม่ได้มีความหมายเท่ากับการตอบตกลงหรือยอมรับเงื่อนไขตามที่สื่อต่างชาติพยายามนำเสนอ
รัฐบาลไทยมีความเห็นว่าทั้งสองประเทศควรใช้กลไกความร่วมมือที่มีอยู่ระหว่างกันในการพบปะหารืออย่างเต็มที่ และไม่ควรด่วนสรุปแนวทางในการยุติข้อพิพาทในขณะนี้ เนื่องจากไทยยังคงเชื่อมั่นว่าการเจรจาบนพื้นฐานของความสัมพันธ์อันดีระหว่างเพื่อนบ้านจะนำไปสู่ทางออกที่สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่ายมากกว่าการเข้าสู่กระบวนการบังคับจากภายนอก ซึ่งต้องอาศัยความจริงใจและความเข้าใจในบริบทของพื้นที่อย่างรอบด้าน
สำหรับประเด็นการเปิดด่านชายแดนที่ถูกตั้งข้อสังเกตนั้น นางสาวรัชดาได้ชี้แจงถึงการหารือสามฝ่ายระหว่าง นายกรัฐมนตรีไทย สมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และนายแฟร์ดีนันด์ มาร์โคส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียนที่ผ่านมา โดยระบุว่าการหารือดังกล่าวเกิดขึ้นจากการริเริ่มของฟิลิปปินส์ในฐานะประธานอาเซียน และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเจรจาเขตแดนหรือการเปิดพรมแดนแต่อย่างใด
“ไม่มีการเจรจาเกี่ยวกับการกำหนดเขตแดน หรือการเปิดพรมแดนแต่อย่างใด ทั้งสองฝ่ายเพียงเห็นพ้องให้เริ่มต้นการหารือในระดับปฏิบัติการก่อน เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันในประเด็นต่าง ๆ รัฐบาลไทยขอยืนยันว่าจะดำเนินการทุกแนวทางด้วยความรอบคอบ รอบด้าน และตั้งอยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชนไทย โดยประเทศไทยจะรักษาเกียรติภูมิ อธิปไตย และผลประโยชน์ของประชาชนไทยอย่างเต็มที่” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้าย
