ข่าว
กองทุนอนุรักษ์ฯ ลงพื้นที่อ่างทอง ติดตามระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ ช่วยเกษตรกรลดต้นทุนกว่า 1 แสนบาทต่อปี
สำนักข่าวบริคอินโฟ – สำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (ส.กทอ.) ลงพื้นที่เทศบาลตำบลท่าช้าง จังหวัดอ่างทอง ติดตามความสำเร็จ โครงการระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Pumping System) เพื่อภาคการเกษตร พบสามารถช่วยเกษตรกรลดต้นทุนค่าพลังงานได้กว่า 1.1 แสนบาทต่อปี พร้อมรองรับพื้นที่เกษตรกรรมทั้งนาข้าวและสวนผลไม้กว่า 200 ไร่ มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านสู่ พลังงานสะอาด (Clean Energy) เพื่อลดภาระจากวิกฤตราคาน้ำมันและสร้างความยั่งยืนให้เศรษฐกิจฐานราก
นายรัฐฉัตร ศิริพานิช ผู้จัดการสำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เปิดเผยข้อมูลเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ว่าโครงการในพื้นที่ตำบลท่าช้างได้รับงบประมาณสนับสนุนในปี 2565 จำนวน 1.17 ล้านบาท โดยมีการติดตั้ง แผงโซลาร์เซลล์ (Solar Panel) ขนาด 480 วัตต์ จำนวน 60 แผง รวมกำลังผลิต 28,800 วัตต์ พร้อมระบบอินเวอร์เตอร์และเครื่องสูบน้ำขนาด 4 กิโลวัตต์ จำนวน 5 ชุด ซึ่งมีอัตราการสูบน้ำรวม 125 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง เพื่อกระจายน้ำเข้าสู่พื้นที่การเกษตรอย่างทั่วถึง
จากการใช้งานจริงพบว่าระบบดังกล่าวสามารถผลิต พลังงานทดแทน (Renewable Energy) ได้ถึง 33,849.75 กิโลวัตต์ต่อปี ช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานในพื้นที่ได้รวม 119,136 บาทต่อปี ครอบคลุมพื้นที่การเกษตรหลากหลายประเภท อาทิ นาข้าว สวนชะอม มะม่วง และกระท้อน ช่วยให้ชุมชนมีแหล่งพลังงานเป็นของตนเองและลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานฟอสซิลในตลาดโลก
“โครงการระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายพลังงานของประเทศ ที่ไม่เพียงตอบโจทย์ด้านพลังงาน แต่ยังเชื่อมโยงไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ลดฟอสซิล ลดต้นทุน ปลดล็อกศักยภาพเกษตรกรไทย ให้ผลิตไฟฟ้าใช้เอง เข้าถึงน้ำได้ในต้นทุนต่ำ และยิ่งในสถานการณ์วิกฤตราคาพลังงานที่ควบคุมไม่ได้เช่นปัจจุบัน ระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์จะมีส่วนช่วยเปลี่ยนเกษตรกรจากผู้รับผลกระทบ เป็นผู้กำหนดความมั่นคงพลังงานได้ด้วยตนเอง” นายรัฐฉัตร กล่าว

ทั้งนี้ ภาพรวมการสนับสนุนของ กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (Encon Fund) ตั้งแต่ปี 2561–2565 ได้อนุมัติโครงการเพื่อภาคเกษตรและเศรษฐกิจฐานรากไปแล้ว 2,406 โครงการ รวมวงเงินกว่า 4,500 ล้านบาท เฉพาะระบบสูบน้ำจากแหล่งน้ำผิวดินมีการสนับสนุนไปแล้ว 30 ระบบ เป็นเงินกว่า 87 ล้านบาท โดยในระยะต่อไปกองทุนฯ ยังคงมีนโยบายจัดสรรงบประมาณเพื่อส่งเสริมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและเกษตรกรในพื้นที่ห่างไกล เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างโอกาสในการเข้าถึงพลังงานแบบพึ่งพาตนเองอย่างเป็นรูปธรรม
