Connect with us

การเมือง

ไทย–สหรัฐฯ ยกระดับความร่วมมือปราบ “คอลเซ็นเตอร์–ค้ามนุษย์” เดินหน้ายึดทรัพย์เครือข่ายฟอกเงินกว่า 2 หมื่นล้าน ตั้งเป้าสู่ Tier 1

Published

on

รัฐบาลไทยประสานสหรัฐฯ กวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์ ยึดทรัพย์เครือข่ายฟอกเงิน เบน สมิธ กว่า 2 หมื่นล้าน พร้อมเปิดระบบ SHIELD ยกระดับไทยสู่สถานะ Tier 1

สำนักข่าวบริคอินโฟ – รัฐบาลไทยขยายความร่วมมือเชิงลึกกับสหรัฐอเมริกาเพื่อกวาดล้าง แก๊งคอลเซ็นเตอร์ (Call Center Gang) และ ขบวนการค้ามนุษย์ (Human Trafficking) หลังสร้างความเสียหายมหาศาลทั้งในไทยและต่างประเทศ ล่าสุดโชว์ผลงานการทลายเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติของ เบน สมิธ (Ben Smith) และ ยิม เลียก (Yim Leak) ยึดอายัดทรัพย์สินได้กว่า 20,000 ล้านบาท พร้อมเตรียมเปิดตัวระบบ SHIELD ในเดือนมิถุนายนนี้ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ร่วมกับ 10 ประเทศสมาชิก หวังยกระดับประเทศไทยสู่ Tier 1 ในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าตามนโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่กำหนดให้การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติเป็นวาระแห่งชาติ โดยมีการดำเนินคดีและขยายผลไปยังกลุ่มที่ใช้ประเทศไทยเป็นฐานฟอกเงิน นอกจากนี้ยังมีการทลายเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งพบการบังคับใช้แรงงานกว่า 10,000 คน ในลักษณะ โรแมนซ์สแกม (Romance Scam) และการหลอกลวงลงทุน ซึ่งนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า “ต้องกวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์และเครือข่ายค้ามนุษย์ตามแนวชายแดนทั้งในและนอกประเทศ จะไม่ยอมให้ประเทศไทยเป็นทางผ่านของขบวนการอาชญากรรมเหล่านี้โดยเด็ดขาด”

สำหรับการขับเคลื่อนในระดับสากล หน่วยงานไทยประกอบด้วย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (Royal Thai Police) กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงแรงงาน ได้หารือร่วมกับหน่วยงานของสหรัฐอเมริกา ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อช่วงวันที่ 21-25 เมษายนที่ผ่านมา เพื่อยกระดับการทำงานเชิงลึกในการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ หลังพบข้อมูลว่าในปีที่ผ่านมาประชาชนชาวอเมริกันตกเป็นเหยื่อและสูญเสียเงินกว่า 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.9 แสนล้านบาท

โฆษกรัฐบาลระบุว่า ประเทศไทยได้รับคำชมจากสหรัฐฯ ในการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการ Warroom IAC ที่บูรณาการข้อมูลร่วมกับสถาบันการเงินและผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ ทำให้การอายัดบัญชีและติดตามทรัพย์สินทำได้รวดเร็ว รวมถึงการทำงานร่วมกับ สำนักงานสืบสวนกลาง (FBI) อย่างใกล้ชิดจนนำไปสู่การจับกุมผู้กระทำความผิดและยึดทรัพย์จำนวนมาก โดยรัฐบาลเชื่อมั่นว่าการดำเนินการอย่างจริงจังจะช่วยให้ไทยยกระดับจาก Tier 2 ที่ครองสถานะมา 4 ปี สู่ระดับ Tier 1 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจและการลงทุน

Advertisement

“ผลการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม ทั้งการขยายความร่วมมือกับนานาชาติ การยกระดับระบบสืบสวน และการเดินหน้าปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการปกป้องประชาชนและรักษาความมั่นคงของประเทศ พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่มาตรฐานสากลอย่างยั่งยืน” นางสาวรัชดากล่าวทิ้งท้าย

Continue Reading
Advertisement