Connect with us

การศึกษา

AIS ผนึก อว. และจุฬาฯ เปิดตัวหลักสูตร AI Literacy เสริมทักษะปัญญาประดิษฐ์และภูมิคุ้มกันไซเบอร์

Published

on

AIS ร่วมกับ อว. และจุฬาฯ เปิดตัวคอร์สเรียนออนไลน์ AI Literacy เสริมทักษะปัญญาประดิษฐ์และภูมิคุ้มกันไซเบอร์ เรียนฟรีผ่าน Thai MOOC

สำนักข่าวบริคอินโฟ – เอไอเอส (AIS) ร่วมมือกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดตัวคอร์สเรียนออนไลน์ “อุ่นใจไซเบอร์ : AI Literacy” มุ่งเน้นการสร้างทักษะความเข้าใจและใช้งานปัญญาประดิษฐ์อย่างสร้างสรรค์และปลอดภัยสำหรับคนไทย โดยเป็นหลักสูตรดิจิทัลที่พัฒนาโดยคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ ครอบคลุมตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงการใช้งานอย่างมีจริยธรรม พร้อมเปิดให้เรียนฟรีผ่านแพลตฟอร์ม Thai MOOC และแอปพลิเคชัน อุ่นใจ CYBER โดยเตรียมผลักดันให้นิสิตนักศึกษาสามารถเทียบโอนเป็นหน่วยกิตได้ในอนาคต

เนื้อหาในหลักสูตร AI Literacy ถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับความรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ของประชาชนทั่วไปและกลุ่มนักศึกษา โดยมี กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. เป็นผู้รับรองมาตรฐานเนื้อหา มุ่งเน้นการนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันอย่างรอบด้าน ทั้งในแง่ของการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและการป้องกันตนเองจากภัยไซเบอร์ที่อาจแฝงมากับเทคโนโลยีใหม่ เพื่อสร้างพลเมืองดิจิทัลที่มีคุณภาพในยุคที่เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า “ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มนุษย์ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วม ทำงานร่วม และใช้เทคโนโลยีอย่างมีวิจารณญาณ ขณะเดียวกันสถาบันการศึกษาต้องก้าวสู่บทบาทการ ‘สร้างคน’ ที่พร้อมสำหรับโลกยุคใหม่อย่างมีคุณภาพ จุฬาฯ มุ่งพัฒนาและเผยแพร่องค์ความรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ภายใต้แนวทาง ‘Responsible AI’ เพื่อให้การเรียนรู้ด้าน AI ไม่ใช่เพียงโอกาสของบางกลุ่ม แต่เป็น ‘โอกาสของทุกคน’ ในการร่วมกันพัฒนากำลังคนของประเทศ และสร้างอนาคตที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง”

“เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ยังคงเป็นหนึ่งในสิ่งที่ถูกสร้างโดยมนุษย์ดังนั้นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญคือสถาบันที่ผลิตปัญญา ซึ่งนั่นคือบทบาทของมหาวิทยาลัยการส่งเสริมการเรียนรู้ไม่ว่าจะเป็นทักษะการรู้เท่าทันรวมถึงการส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านการเผยแพร่หลักสูตรที่เกิดขึ้นวันนี้ ซึ่งหลักสูตรนี้ ตั้งใจจะทำให้คนไทยอุ่นใจผ่านการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ โดยวันนี้ทักษะที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์โดยเฉพาะการรู้เท่าทัน (Literacy) ไม่ใช่สิ่งที่ควรรู้แต่มันคือสิ่งที่ต้องรู้สำหรับทุกคน” ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ กล่าว

ทางด้าน ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า “กระทรวง อว. มุ่งพัฒนากำลังคนของประเทศผ่านระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคปัญญาประดิษฐ์ โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับ AI Literacy ควบคู่กับทักษะการคิดวิเคราะห์เชิงวิพากษ์ (Critical Thinking) เพื่อเตรียมความพร้อมกำลังคนกว่า 1.8 ล้านคนให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคต สะท้อนเป้าหมายของ อว. ในการขับเคลื่อนระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิต”

Advertisement

ขณะที่ นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านสื่อสารองค์กร เอไอเอส (AIS) อธิบายถึงเป้าหมายของโครงการว่า “เราตั้งใจยกระดับจาก Digital Literacy สู่ AI Literacy เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางไซเบอร์ และยกระดับความรู้ด้าน AI ให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ผ่านหลักสูตร ‘อุ่นใจไซเบอร์ AI Literacy : My AI Buddy’ ซึ่งเป็นการต่อยอดจากโครงการอุ่นใจไซเบอร์ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2562 และปัจจุบันมีผู้เรียนแล้วกว่า 1.05 ล้านคน โดยเชื่อว่าหลักสูตรนี้จะช่วยให้คนไทยใช้งาน AI ในฐานะบัดดี้หรือเพื่อนคู่คิดได้อย่างมั่นใจและมีความรับผิดชอบ”

นางสายชล ระบุว่า เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เป็นส่วนหนึ่งที่ AIS พยายามผลักดัน โดยหนึ่งในแกนที่นำมาใช้ในการประกอบกิจการคือการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้ามาช่วยยืนยันตัวตนเพื่อป้องกันกลุ่มมิจฉาชีพไม่ให้ใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม ขณะเดียวกันอีกส่วนหนึ่งที่บริษัทพยายามนำเทคโนโลยีเข้ามาสร้างประโยชน์ให้กับสังคม ด้วยการสร้างทักษะทางดิจิทัลให้กับคนไทย ปัจจุบันบริษัทมีการดำเนินโครงการเพื่อเสริมทักษะดิจิทัลให้กับคนไทยมากว่า 8 ปีแล้ว มีผู้เข้าร่วมโครงการกว่า 1.05 ล้านคน และปัจจุบันได้ต่อยอดไปสู่การเพิ่มทักษะการรู้เท่าทันด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI Literacy)

ปัจจุบันหลักสูตรดังกล่าวเปิดให้ผู้ที่สนใจเข้าเรียนได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายผ่านทางเว็บไซต์ Thai MOOC, LearnDi for Thais และแอปพลิเคชัน อุ่นใจ CYBER โดยสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ สามารถนำไปปรับใช้เป็นแนวทางการเรียนการสอน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลให้แก่เยาวชนไทยอย่างยั่งยืน

Continue Reading
Advertisement