Connect with us

การศึกษา

ครูเอกชนเตรียมเฮ ประเสริฐประกาศเริ่มระบบเบิกจ่ายตรง 1 พฤษภาคมนี้ นำร่องสถานพยาบาลรัฐ 700 แห่งทั่วประเทศ

Published

on

ประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศธ. ประกาศเริ่มระบบเบิกจ่ายตรงค่ารักษาพยาบาลครูเอกชน 1 พฤษภาคม 2569 นำร่องสถานพยาบาลรัฐ 700 แห่ง วงเงินสูงสุด 1.5 แสนบาทต่อปี

สำนักข่าวบริคอินโฟ – นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (Minister of Education) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการยกระดับสวัสดิการครูเอกชน โดยประกาศเริ่มใช้ ระบบเบิกจ่ายตรง (Direct Payment System) สำหรับค่ารักษาพยาบาลอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อลดภาระการสำรองจ่ายเงินล่วงหน้าของบุคลากรทางการศึกษาภาคเอกชน ซึ่งสามารถใช้สิทธิ์ได้ในสถานพยาบาลของรัฐที่เข้าร่วมโครงการกว่า 700 แห่งทั่วไทย ถือเป็นการพัฒนาระบบสวัสดิการให้มีประสิทธิภาพและเข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น

สำหรับการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้เป็นผลมาจากความร่วมมือระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) หรือ Office of the Private Education Commission (OPEC) ร่วมกับ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) หรือ National Health Security Office (NHSO) โดยมีการนำระบบ Clearing House มาใช้บริหารจัดการเพื่อให้กองทุนสงเคราะห์ทำหน้าที่สำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลและชำระเงินให้แก่สถานพยาบาลโดยตรง ทำให้ครูเอกชนสามารถเข้ารับการรักษาได้ทันทีโดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายล่วงหน้า ในขณะที่สถานพยาบาลภาครัฐจะได้รับเงินตามสิทธิประโยชน์ครบถ้วนตามขั้นตอนที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า “สิทธิประโยชน์ที่ครูเอกชนจะได้รับ ครอบคลุมวงเงินค่ารักษาพยาบาลสูงถึง 150,000 บาทต่อคนต่อปี สามารถเข้ารับบริการในสถานพยาบาลของรัฐที่เข้าร่วมโครงการได้ทันที โดยไม่ต้องสำรองจ่ายล่วงหน้า ซึ่งนอกจากจะช่วยให้เข้าถึงบริการสุขภาพได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้นแล้ว ยังเป็นการเพิ่มความมั่นคงในวิชาชีพครูอย่างเป็นรูปธรรม ส่วนสถานพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับการยกระดับระบบเบิกจ่ายให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ลดภาระงานเอกสาร พร้อมระบบการชำระเงินที่มีเสถียรภาพและโปร่งใสมากขึ้น”

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนถึงนโยบายของ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่ต้องการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของครูเอกชนให้เท่าเทียมและมีสวัสดิการที่มั่นคง โดยปัจจุบันมีสถานพยาบาลของรัฐเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 700 แห่ง และยังคงเปิดรับสมัครสถานพยาบาลเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ครอบคลุมการให้บริการทั่วทุกพื้นที่ ซึ่งระบบใหม่นี้จะช่วยลดขั้นตอนด้านเอกสารที่ซับซ้อน และสร้างระบบการชำระเงินที่ตรวจสอบได้แม่นยำ ส่งผลดีต่อทั้งบุคลากรทางการศึกษาและหน่วยงานบริการสาธารณสุขในระยะยาว

Advertisement
Continue Reading
Advertisement