ข่าว
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประกาศถอนตัวจากกลุ่มโอเปก มุ่งเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันท่ามกลางวิกฤตสงครามอิหร่าน
สำนักข่าวบริคอินโฟ – สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (United Arab Emirates) หรือ UAE สร้างความสั่นสะเทือนต่ออุตสาหกรรมพลังงานโลกด้วยการประกาศลาออกจากกลุ่ม โอเปก (OPEC) หรือ องค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (Organization of the Petroleum Exporting Countries) โดยจะมีผลอย่างเป็นทางการในวันศุกร์นี้ (1 พ.ค. 2569) การตัดสินใจดังกล่าวถูกมองว่าเป็นผลกระทบโดยตรงจากความขัดแย้งในสงครามอิหร่าน และเป็นชัยชนะในเชิงนโยบายของ โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่เคยวิจารณ์กลุ่มผู้ค้าผลิตน้ำมันว่ามีพฤติกรรมเอาเปรียบโลกด้วยการปั่นราคาน้ำมันให้สูงเกินควร
การถอนตัวของ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของกลุ่ม โอเปก (OPEC) และกลุ่มพันธมิตร โอเปกพลัส (OPEC+) เนื่องจาก UAE เป็นสมาชิกมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 2510 และเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่มีกำลังการผลิตสำรองสูงพอที่จะส่งผลต่อกลไกตลาดโลกได้ กระทรวงพลังงานของ UAE ระบุว่าการตัดสินใจครั้งนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ทางเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์ระยะยาว เพื่อสร้างความยืดหยุ่นในการตอบสนองต่อพลวัตของตลาดน้ำมันโลก ซึ่งปัจจุบันเผชิญกับอุปสรรคในการขนส่งผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) เนื่องจากการโจมตีและคำขู่จากอิหร่าน
โดยทาง UAE ได้วิจารณ์กลุ่มประเทศอาหรับด้วยกันว่าไม่ได้ให้การสนับสนุนทางการเมืองและการทหารมากพอในช่วงที่ถูกโจมตีโดยอิหร่าน
อันวาร์ การ์กาช (Anwar Gargash) ที่ปรึกษาทางการทูตของประธานาธิบดี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้กล่าววิจารณ์ท่าทีของประเทศเพื่อนบ้านในเวทีเสวนาหนึ่ง ว่า “ประเทศสมาชิกคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับอาจสนับสนุนกันในด้านโลจิสติกส์ แต่ในแง่การเมืองและการทหาร ผมคิดว่านี่เป็นจุดยืนที่อ่อนแอที่สุดในประวัติศาสตร์ ผมคาดการณ์ท่าทีที่อ่อนแอแบบนี้จากสันนิบาตอาหรับอยู่แล้ว แต่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับกลุ่มประเทศอ่าว ซึ่งมันทำให้ผมประหลาดใจมาก”
นักวิเคราะห์จาก Rystad และ GlobalData มองว่าการลาออกครั้งนี้จะทำให้ UAE ไม่ต้องถูกจำกัดด้วยโควตาการผลิตของกลุ่ม และสามารถเพิ่มการผลิตเพื่อสร้างรายได้มาฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ได้รับความเสียหายจากการปิดตัวของเส้นทางขนส่งน้ำมัน ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบโลกมีแนวโน้มลดลงในระยะยาว แต่อาจทำให้ตลาดมีความผันผวนมากขึ้นเนื่องจากความสามารถของ โอเปก ในการควบคุมสมดุลอุปทานลดน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ
