ข่าว
ซีพี แอ็กซ์ตร้า จับมือภาครัฐเปิดตัวโครงการไทยช่วยไทย ปี 2569 ขนทัพสินค้าแม็คโครและโลตัสลดค่าครองชีพกว่า 600 อำเภอทั่วประเทศ
สำนักข่าวบริคอินโฟ – บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CP AXTRA ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งและค้าปลีกภายใต้แบรนด์ แม็คโคร (Makro) และ โลตัส (Lotus’s) ประกาศความร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงมหาดไทย ในการดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทย” ปี 2569 เพื่อมุ่งเน้นการลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนผ่านการกระจายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในราคาพิเศษ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 600 อำเภอทั่วประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากและสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยให้สามารถเข้าถึงสินค้าคุณภาพในต้นทุนที่ต่ำลง
สำหรับการดำเนินงานในครั้งนี้ แม็คโคร และ โลตัส ได้ร่วมกันคัดสรรสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตมากกว่า 250 รายการ มาจำหน่ายในราคาพิเศษ อาทิ ข้าวสาร น้ำมันพืช ซอสปรุงรส สินค้าในครัวเรือน และอาหารสด นอกจากสินค้าแบรนด์ทั่วไปแล้ว ยังมีการผลักดันกลุ่มสินค้า Own Brand หรือแบรนด์ของตัวเองที่มีคุณภาพสูงแต่ราคาประหยัดอย่าง aro (เอโร่), Savepak (เซฟแพ็ค), Lotus’s (โลตัส), Momento (โมเมนโต) และแบรนด์ “คุ้มค่า” เพื่อเป็นทางเลือกในการประหยัดงบประมาณให้กับผู้บริโภคและผู้ประกอบการร้านอาหารทั่วประเทศ
นอกจากนี้ ยังมีการนำแคมเปญ “โรลแบ็ค” (Roll Back) กลับมาใช้อย่างเต็มรูปแบบเพื่อลดราคาสินค้าพิเศษอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกผ่านแอปพลิเคชัน Makro PRO และ Lotus’s Smart App ซึ่งช่วยให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถสั่งซื้อสินค้าและใช้บริการจัดส่งถึงที่ ช่วยลดภาระต้นทุนในการเดินทางและเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงสินค้าแม้จะอยู่ในพื้นที่ห่างไกล
ทางด้านตัวแทนจาก ซีพี แอ็กซ์ตร้า ระบุว่า “ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนความร่วมมือของภาครัฐและเอกชนในการร่วมดูแลเศรษฐกิจและสังคมไทยในช่วงเวลาสำคัญ มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและผู้ประกอบการให้สามารถดำเนินชีวิตและธุรกิจต่อไปได้อย่างมั่นคง พร้อมตอกย้ำบทบาทของ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ในฐานะผู้นำธุรกิจค้าส่งค้าปลีกของประเทศที่เคียงข้างสังคมไทยในทุกช่วงเวลากว่า 37 ปี”
โครงการ “ไทยช่วยไทย” ปี 2569 ลดภาระ ลดค่าครองชีพ มีกำหนดเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป โดยจะจัดขึ้นต่อเนื่องทุกวันศุกร์ตลอดเดือนพฤษภาคม (วันที่ 1, 8, 15, 22 และ 29 พฤษภาคม 2569) ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น. ณ ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ รวมกว่า 600 แห่ง เพื่อให้ประชาชนในระดับภูมิภาคสามารถเข้าถึงสินค้าในราคาเป็นธรรมอย่างทั่วถึง
